หนึ่งในคำถามที่เจ้าของธุรกิจมักถามมากที่สุดเมื่อเริ่มพิจารณาเซ้งร้าน ขายกิจการคือ
“ควรเซ้งร้าน ขายกิจการในขณะที่ยังเปิดดำเนินการอยู่ หรือควรปิดกิจการก่อนแล้วค่อยขาย?”
นี่เป็นประเด็นที่เจ้าของกิจการหลายคนเป็นกังวล ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านเสริมสวย ร้านนวด ร้านซักรีด โรงแรม โรงงาน หรือบริษัทโลจิสติกส์
โดยสรุปความน่าจะเป็นได้หลายกรณี ดังนั้น
การเซ้งร้าน ขายกิจการในขณะที่ยังเปิดดำเนินกิจการอยู่มักได้เปรียบมากกว่าก็จริง แต่ไม่ใช่ทุกกรณีเสมอไป โดยบทความนี้จะอธิบายข้อดีและข้อเสียของแต่ละทางเลือกให้เข้าใจง่ายขึ้น
ผู้ซื้อกิจการไม่ได้ต้องการซื้ออุปกรณ์หรือร้านค้าเท่านั้น แต่สิ่งที่ผู้ซื้อต้องการซื้อคือ “ธุรกิจที่สามารถสร้างกำไรต่อได้” ฉะนั้นกิจการที่ยังเปิดดำเนินกิจการอยู่มีข้อดีหลายประการ ดังนี้
ซึ่งพนักงานเหล่านี้อาจเป็นจุดดึงดูดสำคัญสำหรับผู้ซื้อกิจการได้
ดังนั้น กิจการที่ยังเปิดดำเนินกิจการอยู่มักมีโอกาสเซ้ง/ขายได้ในราคาที่สูงกว่า
ในบางกิจการ เจ้าของกิจการก็ประกาศขายหลังจากปิดกิจการแล้ว ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
โดยปกติแล้วการเซ้งร้าน ขายกิจการในขณะที่ยังเปิดดำเนินการอยู่ได้เปรียบมากกว่า เพราะผู้ซื้อต้องการซื้อทั้งผลกำไร ลูกค้า พนักงาน และแบรนด์ และหลังจากปิดกิจการไปแล้ว สิ่งที่เหลืออยู่อาจมีเพียงอุปกรณ์หรือการตกแต่งภายในเท่านั้น
ในกรณีเหล่านี้ การปิดกิจการให้เร็วขึ้นอาจช่วยลดความเสียหายหรือการขาดทุนเพิ่มได้
สิ่งที่เราแนะนำคือ “เริ่มกระบวนการขายในขณะที่ยังดำเนินธุรกิจต่อไป” วิธีนี้ช่วยให้เข้าถึงผู้ซื้อได้มากที่สุด และมีโอกาสขายได้ในราคาที่สูงที่สุด โดยเจ้าของยังคงดำเนินกิจการตามปกติจนกว่าการขายจะสำเร็จ จากนั้นจึงดำเนินการส่งมอบกิจการให้กับผู้ซื้อต่อไป
เจ้าของกิจการจำนวนมากมักเริ่มคิดเรื่องการเซ้งร้าน ขายกิจการเมื่อยอดขายแย่ลงแล้ว แต่ที่จริงแล้วช่วงเวลาที่ขายได้ราคาดีที่สุดคือ ตอนที่ธุรกิจยังแข็งแรงอยู่ มีกำไร มีลูกค้า และมีพนักงานพร้อมทำงาน ซึ่งมีโอกาสหาผู้ซื้อได้ง่ายกว่า
ควรเซ้งร้าน ขายกิจการในขณะที่ยังเปิดดำเนินกิจการอยู่ หรือควรปิดกิจการก่อนแล้วค่อยขาย?
ในหลายกรณี การเริ่มกระบวนการขายกิจการในขณะที่กิจการยังเปิดดำเนินการอยู่มักได้เปรียบกว่า หากกิจการยังดำเนินงานอยู่ คุณสามารถส่งต่อมูลค่าต่อให้กับผู้ซื้อได้ ทั้งผลประกอบการและยอดขายจริง ลูกค้า พนักงาน และแบรนด์
ในทางกลับกัน หากธุรกิจมีผลขาดทุนจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง การปิดกิจการก่อนอาจเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลกว่า สิ่งสำคัญคือไม่ควรรอจนรู้สึกว่า “ไปต่อไม่ไหวแล้ว” แต่ควรเริ่มพิจารณาการขายตั้งแต่ยังมีทางเลือก การทำเช่นนี้จะช่วยให้คุณสามารถดำเนินการขายธุรกิจโดยมีทางเลือกมากขึ้น
Bizkaakai (บิสค้าขาย) ให้คุณลงประกาศขายกิจการหลากหลายประเภท เช่น ร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านเสริมสวย ร้านนวด โรงแรม โรงงาน บริษัทโลจิสติกส์ ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ และธุรกิจอื่น ๆ อีกมากมาย
ทำไมยังไม่ลองนำกิจการของคุณมาลงประกาศบน Bizkaakai (บิสค้าขาย) เพื่อค้นหาผู้ซื้อที่เหมาะสมล่ะ?
[ลงประกาศขายกิจการบน Bizkaakai (บิสค้าขาย)]
จากข้อมูลของบิสค้าขาย (Bizkaakai) ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา พบว่าประมาณ 87% ของประกาศขายกิจการทั้งหมดเป็นกิจการที่ยังดำเนินกิจการอยู่ (Running) ในขณะที่ลงประกาศขาย จำนวนสะสมของประกาศมีดังนี้
ข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า เจ้าของกิจการส่วนใหญ่เลือกเริ่มกระบวนการเซ้งร้าน ขายกิจการในขณะที่กิจการยังดำเนินงานอยู่ มากกว่าการรอจนปิดกิจการแล้วจึงค่อยขาย
นอกจากนี้ ในช่วงเวลาเดียวกัน มีกิจการมากกว่า 2,700 รายการที่ถูกระบุว่า Sold Out ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ามีกิจการจำนวนมากที่สามารถส่งต่อกิจการให้กับเจ้าของคนใหม่ได้สำเร็จ
กิจการที่ยังเปิดดำเนินการอยู่มักมีข้อได้เปรียบหลายประการ เช่น
ในบางกรณี การปิดกิจการก่อนอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า เช่น กิจการที่ขาดทุนต่อเนื่องหรือสัญญาเช่ากำลังจะหมดอายุ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลของบิสค้าขาย (Bizkaakai) แสดงให้เห็นว่า เจ้าของกิจการจำนวนมากเริ่มมองหาผู้ซื้อในขณะที่กิจการยังดำเนินกิจการอยู่
หากคุณกำลังพิจารณาเซ้งร้าน ขายกิจการ การเริ่มเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่น ๆ ในขณะที่ยังมีทางเลือกมากกว่าอาจช่วยเพิ่มโอกาสในการขายธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
แหล่งข้อมูล: Bizkaakai internal listing data (June 2023 – June 2026)
Line: @bizkaakai
Email: support@bizkaakai.com