หลายคนอาจเคยมีประสบการณ์ในการเริ่มต้นกิจการ แต่มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่เคยเซ้งร้าน ขายกิจการ ด้วยเหตุนี้ เจ้าของกิจการจำนวนไม่น้อยจึงมีความกังวล เช่น
ในความเป็นจริงแล้วการเซ้งร้าน ขายกิจการไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นได้ยาก
ในประเทศไทยมีการซื้อกิจการ ขายกิจการ จำนวนไม่น้อยในแต่ละปี ไม่ว่าจะเป็น เซ้งร้านอาหาร เซ้งคาเฟ่ เซ้งร้านเสริมสวย เซ้งร้านนวด ขายโรงแรม ขายโรงงานพร้อมกิจการ หรือขายธุรกิจอีคอมเมิร์ซ
สิ่งสำคัญที่สุด คือ การเข้าใจขั้นตอนที่ถูกต้อง และเตรียมความพร้อมให้ดี
บทความนี้จัดทำขึ้นสำหรับผู้ที่กำลังพิจารณาขายธุรกิจเป็นครั้งแรก โดยจะอธิบายขั้นตอนการขายธุรกิจอย่างเข้าใจง่าย
สิ่งแรกที่ควรพิจารณาคือ ทำไมคุณจึงต้องการขายกิจการ เช่น เกษียณอายุ, ไม่มีผู้สืบทอดกิจการ, ต้องการเริ่มต้นธุรกิจใหม่, ต้องการเงินทุน, ย้ายไปอาศัยในต่างประเทศ หรือ ปัญหาด้านสุขภาพ เหตุผลในการขายจะส่งผลต่อ ราคาที่คาดหวัง และระยะเวลาในการขาย
ดังนั้นควรเริ่มต้นจากการเรียบเรียงความคิด และเป้าหมายของตนเองให้ชัดเจน
เจ้าของกิจการส่วนใหญ่มักมีความผูกพันกับกิจการของตนเองมาก แต่ผู้ซื้อมีมุมมองที่แตกต่างออกไป โดยผู้ซื้อจะพิจารณาว่า “กิจการนี้สามารถสร้างกำไรได้หรือไม่”
ดังนั้น จึงควรจัดเตรียมข้อมูลต่อไปนี้อย่างเป็นกลาง
ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้ผู้ซื้อประเมินมูลค่าของธุรกิจได้ง่ายขึ้น
ขั้นตอนต่อไปคือการคิดว่า “คุณต้องการขายกิจการในราคาเท่าไร” ซึ่งราคาที่คุณต้องการ และราคาตลาดจริงอาจไม่ตรงกัน เช่น คุณลงทุนเปิดกิจการไป 5 ล้านบาท ก็ไม่ได้หมายความว่าปัจจุบันจะต้องขายกิจการในราคา 5 ล้านบาท โดยผู้ซื้อจะพิจารณาจากมูลค่าปัจจุบัน และศักยภาพในอนาคต ไม่ใช่จำนวนเงินที่คุณเคยลงทุนในอดีต
ผู้ซื้อจำเป็นต้องใช้ข้อมูลในการประเมินซื้อขายกิจการ อย่างน้อยควรเตรียมข้อมูล ดังต่อไปนี้
✓ ยอดขาย
✓ กำไร
✓ อุปกรณ์และทรัพย์สิน
✓ ข้อมูลลูกค้า
✓ ข้อมูลพนักงาน
✓ ค่าเช่า
✓ สัญญาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
✓ รูปภาพของธุรกิจ
ยิ่งข้อมูลมีความชัดเจนและเป็นระเบียบมากเท่าไร ก็ยิ่งสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้ซื้อได้มากขึ้น
บ่อยครั้งที่กิจการที่ยังเปิดดำเนินการอยู่จะได้เปรียบในการเซ้ง ขาย มากกว่า เนื่องจากผู้ซื้อสามารถดำเนินการต่อได้เลย เนื่องจากมีรายได้เข้ามาอยู่แล้ว มีฐานลูกค้าเดิม พนักงานเดิม และมีคนรู้จักแบรนด์อยู่แล้ว
ดังนั้น หากเป็นไปได้ เราอยากแนะนำให้ประกาศเซ้งกิจการ ขายกิจการ ในขณะที่กิจการยังเปิดดำเนินการอยู่
เมื่อก่อนนี้ช่องทางหลักในการขายกิจการ มักมาจากการแนะนำจากคนรู้จัก คู่ค้า หรือคนในแวดวงเดียวกัน แต่ในปัจจุบัน การใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ช่วยให้สามารถเข้าถึงผู้ที่สนใจซื้อกิจการได้มากขึ้น ยิ่งมีคนเห็นประกาศกิจการของคุณมากเท่าไร โอกาสในการขายสำเร็จก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเท่านั้น
หลังจากลงประกาศขายแล้ว อาจมีผู้ซื้อสนใจติดต่อสอบถามเข้ามา โดยทั่วไปผู้ซื้อจะสอบถามเกี่ยวกับยอดขาย กำไร กลุ่มลูกค้า อุปกรณ์และทรัพย์สิน รวมถึงรายละเอียดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจการ ซึ่งการตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมา ถูกต้อง และจริงใจ เป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะความไว้วางใจคือปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่การซื้อขายกิจการสำเร็จ
หากผู้ซื้อมีความสนใจอย่างจริงจัง ขั้นตอนต่อไปคือการเจรจาเงื่อนไขต่าง ๆ เช่น
เป้าหมายในการเจรจาต่อรอง คือ การหาข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายยอมรับร่วมกันได้
เมื่อสามารถตกลงเงื่อนไขสำคัญทั้งหมดได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการจัดทำสัญญา และลงนามในสัญญาซื้อขาย สิ่งที่สำคัญคือควรตรวจสอบรายละเอียดในสัญญาอย่างรอบคอบ เช่น
หากมีข้อสงสัยหรือไม่แน่ใจ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนลงนามเซ็นต์สัญญา
หลังจากการซื้อขายเสร็จสมบูรณ์แล้ว จะเข้าสู่ขั้นตอนการส่งมอบกิจการให้แก่ผู้ซื้อ ตัวอย่างสิ่งที่ต้องส่งมอบ ได้แก่
การส่งมอบที่ราบรื่นและเป็นระบบ จะช่วยให้ผู้ซื้อสามารถดำเนินธุรกิจต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังช่วยสร้างความพึงพอใจให้กับผู้ซื้ออีกด้วย
Q. ธุรกิจที่ขาดทุนสามารถเซ้งต่อ / ขายต่อ ได้หรือไม่?
สามารถขายได้ แม้ว่าธุรกิจจะขาดทุน แต่ทรัพย์สินอื่น ๆ อาจยังมีมูลค่าสำหรับผู้ซื้อ เช่น อุปกรณ์, ทำเลที่ตั้ง, ฐานลูกค้า, แบรนด์
และช่องทางการขาย เป็นต้น
ดังนั้น การขาดทุนไม่ได้หมายความว่าธุรกิจจะขายไม่ได้เสมอไป
Q. หากไม่ได้เปิดดำเนินการอยู่แล้ว ยังสามารถขายได้หรือไม่?
สามารถขายได้ แต่ธุรกิจที่ยังเปิดดำเนินการอยู่มักสามารถขายได้ในราคาที่สูงกว่า เนื่องจากผู้ซื้อสามารถเห็นยอดขายจริง ลูกค้าจริง
การดำเนินงานจริงได้อย่างชัดเจน
Q. โดยปกติแล้วการเซ้งร้าน ขายกิจการใช้เวลานานเท่าไร?
ระยะเวลาในการขายขึ้นอยู่กับ ประเภทธุรกิจ ราคาขาย ความน่าสนใจของกิจการ และสภาวะตลาด บางธุรกิจสามารถขายได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ ในขณะที่บางธุรกิจอาจใช้เวลาหลายเดือนหรือมากกว่านั้น
Q. หลังจากขายกิจการ พนักงานจะเป็นอย่างไร?
ขึ้นอยู่กับข้อตกลงระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อ บางกรณีผู้ซื้ออาจต้องการรับพนักงานเดิมเข้าทำงานต่อ โดยเฉพาะพนักงานที่มีประสบการณ์และมีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการขายธุรกิจ ได้แก่ ตั้งราคาสูงเกินจริง ข้อมูลกิจการไม่เป็นระบบ และขาดการเตรียมตัว เป็นต้น
การขายกิจการเป็นกระบวนการที่ต้องอาศัยการเตรียมความพร้อมอย่างมาก อย่ารีบร้อนดำเนินการ แต่ควรเริ่มต้นจากการเรียบเรียงข้อมูล และประเมินสถานการณ์ของธุรกิจอย่างรอบคอบ ยิ่งเตรียมตัวดีเท่าไร โอกาสในการขายสำเร็จก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น
หลายคนมองว่าการเซ้งร้าน ขายกิจการ หมายถึง “การเลิกทำธุรกิจ” แต่ในความเป็นจริงแล้วการขายกิจการอาจเป็นจุดเริ่มต้นของโอกาสใหม่ ๆ เช่น การเริ่มต้นธุรกิจใหม่
การใช้ชีวิตหลังเกษียณ การบริหารจัดการทรัพย์สินใหม่ การลงทุนในโครงการใหม่ เป็นต้น
ดังนั้น การขายกิจการไม่จำเป็นต้องถูกมองในแง่ลบเสมอไป บางครั้งการขายกิจการอาจเป็นก้าวสำคัญที่นำไปสู่อนาคตของกิจการที่ดียิ่งขึ้น
หากคุณเพิ่งเคยเซ้งร้าน ขายกิจการ เป็นครั้งแรก การที่จะรู้สึกกังวล หรือไม่มั่นใจถือเป็นเรื่องปกติ อย่างไรก็ตามหากคุณเข้าใจกระบวนการก็จะช่วยให้ดำเนินตามกระบวนการได้ราบรื่นมากขึ้น คือ
เริ่มต้นจากการประเมินสถานการณ์กิจการในปัจจุบัน และเตรียมความพร้อมในการเซ้งร้าน ขายกิจการของคุณได้ ตั้งแต่วันนี้
Bizkaakai (บิสค้าขาย) ให้คุณลงประกาศขายกิจการหลากหลายประเภท เช่น ร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านเสริมสวย ร้านนวด โรงแรม โรงงาน บริษัทโลจิสติกส์ ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ และธุรกิจอื่น ๆ อีกมากมาย
ทำไมยังไม่ลองนำกิจการของคุณมาลงประกาศบน Bizkaakai (บิสค้าขาย) เพื่อค้นหาผู้ซื้อที่เหมาะสมล่ะ?
[ลงประกาศขายกิจการของคุณบน Bizkaakai (บิสค้าขาย)]
จากข้อมูลของ Bizkaakai ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา พบว่า
ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า การขายกิจการไม่ใช่เรื่องพิเศษหรือเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยาก
ในแต่ละปี มีเจ้าของกิจการจำนวนมากที่สามารถส่งต่อกิจการให้กับเจ้าของรายใหม่ได้สำเร็จ
สิ่งสำคัญไม่ใช่การกังวลว่าธุรกิจของคุณจะขายได้หรือไม่ แต่คือการเตรียมข้อมูลที่ชัดเจน ถูกต้อง และครบถ้วน เพื่อให้ผู้ซื้อสามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ
หากคุณกำลังพิจารณาเซ้งร้าน ขายกิจการของคุณ จุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดคือการเรียบเรียง และทำความเข้าใจสถานะปัจจุบันของกิจการของคุณให้ชัดเจนก่อนเริ่มกระบวนการขายกิจการ
แหล่งข้อมูล: Bizkaakai internal listing data (June 2023 – June 2026)
Line: @bizkaakai
Email: support@bizkaakai.com