เมื่อเจ้าของกิจการเริ่มคิดจะขายกิจการ สิ่งที่หลายคนกังวลมากที่สุดคือ “กิจการของเราจะขายได้ราคาเท่าไร?” แน่นอนว่าราคาเป็นเรื่องสำคัญ แต่ในความเป็นจริงสิ่งที่สำคัญกว่าราคา คือผู้ซื้อจะรู้สึกอยากซื้อกิจการนี้หรือไม่ แม้จะเป็นกิจการที่มีขนาดรายได้ใกล้เคียงกัน แต่บางกิจการสามารถหาผู้ซื้อได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ ในขณะที่อีกกิจการประกาศเซ้ง/ขายมาหลายเดือนแล้วก็ยังไม่มีผู้ติดต่อเข้ามา อะไรคือความแตกต่าง?
ในบทความนี้ได้อธิบายลักษณะของ “กิจการที่น่าสนใจ” และ “กิจการที่ไม่น่าสนใจ” จากมุมมองของผู้ซื้ออย่างเข้าใจง่าย
สิ่งแรกที่ควรเข้าใจ คือผู้ซื้อไม่ได้ต้องการซื้อเพียงอุปกรณ์หรือทรัพย์สินเท่านั้น แต่สิ่งที่ผู้ซื้อต้องการจริง ๆ คือ “ระบบที่สามารถสร้างกำไรได้ในอนาคต” ไม่ว่าจะเป็นเซ้งร้านอาหาร เซ้งคาเฟ่ เซ้งร้านเสริมสวย เซ้งร้านนวด เซ้งกิจการร้านนวด เซ้งกิจการโรงแรม เซ้งกิจการโรงงาน หรือเซ้งธุรกิจ E-Commerce
หลักการนี้เหมือนกันทุกอุตสาหกรรม ผู้ซื้อจะมองกิจการด้วยคำถามที่ว่า “หลังจากที่รับช่วงต่อแล้ว กิจการนี้จะยังสร้างกำไรได้หรือไม่?”
ปัจจัยนี้เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด เช่น กิจการที่มียอดขายคงที่ทุกเดือน มักได้รับการประเมินมูลค่าสูงกว่ากิจการที่ยอดขายผันผวน ซึ่งผู้ซื้อมักจะสนใจกิจการที่คาดการณ์อนาคตได้
ธุรกิจที่มีกำไรย่อมมีความน่าสนใจ เช่น กิจการที่มีกำไรเดือนละ 50,000 บาท กับกิจการที่มีกำไรเดือนละ 200,000 บาท ทั้งสองกิจการย่อมได้รับการประเมินจากผู้ซื้อแตกต่างกันอย่างมาก
ลูกค้าคือสินทรัพย์สำคัญสำหรับธุรกิจ เช่น ลูกค้าประจำ สมาชิก ลูกค้าองค์กร ลูกค้าที่กลับมาใช้บริการซ้ำ และผู้ติดตาม LINE Official Account โดยกิจการที่มีฐานลูกค้าอยู่แล้วจะได้รับการประเมินมูลค่าสูงกว่า
ปัจจัยนี้สำคัญมาก เช่น กิจการที่เจ้าของสามารถหยุดงานได้ 1 เดือน โดยธุรกิจยังคงดำเนินต่อไปได้ ถือเป็นกิจการในอุดมคติสำหรับผู้ซื้อ แต่ในทางกลับกันหากเจ้าของหยุดทำงานแล้วรายได้หายไปทันที มูลค่าของธุรกิจนั้นก็จะลดลงตาม
กิจการที่มีทีมงานที่มั่นคงและมีประสบการณ์ถือว่าน่าสนใจ โดยผู้ซื้อมักมีความกังวลว่า “หลังจากรับช่วงต่อแล้ว จะสามารถดำเนินธุรกิจต่อได้หรือไม่?”
ผู้ซื้อให้ความสำคัญกับตัวเลขมาก ๆ ดังนั้น กิจการใดที่มีข้อมูลชัดเจน เช่น ยอดขาย กำไร และค่าใช้จ่าย จะได้รับความเชื่อถือมากกว่า
กิจการที่ผู้ซื้อกิจการมักหลีกเลี่ยง
แม้จะเปลี่ยนแปลงตัวธุรกิจได้ยาก แต่เราสามารถปรับปรุงวิธีนำเสนอได้
ก่อนประกาศขาย ควรตรวจสอบสิ่งเหล่านี้ก่อน
✓ จัดเตรียมข้อมูลยอดขายเรียบร้อยแล้ว
✓ จัดเตรียมข้อมูลกำไรเรียบร้อยแล้ว
✓ จัดเตรียมข้อมูลลูกค้าเรียบร้อยแล้ว
✓ จัดเตรียมข้อมูลทีมงานเรียบร้อยแล้ว
✓ จัดทำรายการอุปกรณ์เรียบร้อยแล้ว
✓ เตรียมรูปภาพเรียบร้อยแล้ว
✓ สรุปจุดแข็งของธุรกิจเรียบร้อยแล้ว
✓ สามารถอธิบายศักยภาพในอนาคตได้
แม้จะอยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน แต่กิจการที่ได้รับการประเมินที่ดีกว่าจะขายได้ในราคาที่สูงกว่า ตัวอย่างเช่น
กิจการ A
ไม่มีข้อมูลยอดขาย
ไม่มีข้อมูลลูกค้า
ไม่มีรูปภาพ
ไม่มีข้อมูลอุปกรณ์
กิจการ B
มีข้อมูลยอดขาย
มีจำนวนลูกค้าชัดเจน
มีรูปภาพจำนวนมาก
มีรายการอุปกรณ์ครบถ้วน
แน่นอนว่าผู้ซื้อส่วนใหญ่จะเลือกกิจการ B และมักยอมพิจารณาในราคาซื้อขายที่สูงกว่า
จากมุมมองของผู้ซื้อกิจการ กิจการที่ดีคือกิจการที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าสามารถสร้างกำไรได้
โดยทั่วไปจะมียอดขายที่มั่นคง, มีลูกค้า, มีพนักงาน, ข้อมูลทางการเงินที่เป็นระบบ และมีศักยภาพในการเติบโต แต่ในทางกลับกันกิจการที่มีข้อมูลน้อย พึ่งพาเจ้าของมากเกินไป และมีตัวเลขที่ไม่ชัดเจน ผู้ซื้อมักจะหลีกเลี่ยงหากต้องการเพิ่มโอกาสในการขายธุรกิจให้สำเร็จ ดังนั้น สิ่งสำคัญคือการมองธุรกิจของตนเองจากมุมมองของผู้ซื้อ เพียงเท่านี้ก็อาจช่วยเพิ่มจำนวนผู้สนใจ และเพิ่มโอกาสในการเซ้งร้าน ขายกิจการได้อย่างมาก
Bizkaakai (บิสค้าขาย) ให้คุณลงประกาศขายกิจการหลากหลายประเภท เช่น ร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านเสริมสวย ร้านนวด โรงแรม โรงงาน บริษัทโลจิสติกส์ ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ และธุรกิจอื่น ๆ อีกมากมาย
ทำไมยังไม่ลองนำกิจการของคุณมาลงประกาศบน Bizkaakai (บิสค้าขาย) เพื่อค้นหาผู้ซื้อที่เหมาะสมล่ะ?
[ลงประกาศขายกิจการของคุณบน Bizkaakai (บิสค้าขาย)]
ข้อมูลจาก Bizkaakai (บิสค้าขาย) ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีการลงประกาศเซ้งร้าน ขายกิจการแล้วมากกว่า 9,900 รายการ และมีกิจการมากกว่า 2,700 รายการที่ปิดการขายสำเร็จ (Sold Out)
นอกจากนี้ ประมาณ 87% ของกิจการที่ลงประกาศยังคงเปิดดำเนินการอยู่ (Running Business) ในขณะที่ประกาศขาย
จากข้อมูลของ Bizkaakai (บิสค้าขาย) พบว่ากิจการที่ได้รับความสนใจและมีผู้ติดต่อสอบถามจากผู้ซื้อมักมีลักษณะที่คล้ายกัน ดังต่อไปนี้
ธุรกิจที่มีข้อมูลครบถ้วนเหล่านี้มักช่วยให้ผู้ซื้อประเมินโอกาสทางธุรกิจได้ง่ายขึ้นและมีแนวโน้มได้รับความสนใจมากกว่า แต่ในทางกลับกัน กิจการที่มีลักษณะดังต่อไปนี้
มักทำให้ผู้ซื้อประเมินธุรกิจได้ยากและมีแนวโน้มได้รับการติดต่อสอบถามน้อยกว่า โดยข้อมูลจาก Bizkaakai (บิสค้าขาย) แสดงให้เห็นว่า ผู้ซื้อไม่ได้พิจารณาเพียงประเภทของธุรกิจหรือราคาขายเท่านั้น แต่กิจการที่มีการจัดเตรียมข้อมูลอย่างชัดเจน โปร่งใส และเข้าใจง่าย มักได้รับความสนใจจากผู้ซื้อกิจการและสร้างโอกาสในการขายได้มากกว่าเช่นกัน
แหล่งข้อมูล: Bizkaakai internal listing data (June 2023 – June 2026)
Line: @bizkaakai
Email: support@bizkaakai.com