ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ไม่ว่าจะเป็นการขนส่งภายในประเทศ การค้าระหว่างประเทศในกลุ่มอาเซียน โลจิสติกส์ข้ามพรมแดน หรือการเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาดอีคอมเมิร์ซ ล้วนทำให้ธุรกิจโลจิสติกส์มีความสำคัญและเติบโตอย่างต่อเนื่อง
ในขณะเดียวกัน เจ้าของธุรกิจจำนวนไม่น้อยเริ่มพิจารณาเซ้งธุรกิจขนส่ง ร้านรับส่งพัสดุหรือกิจการโลจิสติกส์ด้วยเหตุผลต่าง ๆ เช่น
อย่างไรก็ตาม หลายคนยังมีคำถามว่า
บทความนี้จะอธิบายสิ่งสำคัญที่คุณควรรู้ก่อนขายกิจการโลจิสติกส์ในประเทศไทย
มูลค่าของธุรกิจขนส่ง ร้านรับส่งพัสดุหรือกิจการโลจิสติกส์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับมูลค่าของรถบรรทุกหรือคลังสินค้าเพียงอย่างเดียว ผู้ซื้อส่วนใหญ่มักพิจารณาว่า
“บริษัทนี้จะสามารถสร้างผลกำไรได้อย่างต่อเนื่องในอนาคตหรือไม่”
โดยปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อมูลค่ากิจการ ได้แก่
ฐานลูกค้าเป็นหนึ่งในทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดของธุรกิจโลจิสติกส์ ตัวอย่างเช่น
บริษัทที่มีลูกค้าประจำและรายได้ที่มั่นคงมักได้รับการประเมินมูลค่าสูงกว่า
เช่น
หากบริษัทมีคลังสินค้าเป็นของตนเอง ทำเล ขนาด และสภาพของคลังสินค้าก็เป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินมูลค่า
บริษัทที่มีรายได้และกำไรสม่ำเสมอมักเป็นที่ต้องการของผู้ซื้อ
นักลงทุนหรือบริษัทที่ต้องการซื้อกิจการโลจิสติกส์มักต้องการทราบว่า “บริษัทจะสามารถรักษารายได้และผลกำไรได้ในอนาคตหรือไม่” ข้อมูลที่ผู้ซื้อมักพิจารณา ได้แก่
แนวโน้มรายได้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ไม่ใช่เพียงรายได้เท่านั้น แต่กำไรก็มีความสำคัญเช่นกัน
รายได้พึ่งพาลูกค้ารายใดรายหนึ่งมากเกินไปหรือไม่
มีสัญญาระยะยาวกับลูกค้าหรือไม่
อายุการใช้งานและสภาพของรถที่บริษัทถือครอง
จำนวนและประสบการณ์ของพนักงานและทีมบริหารจัดการ
เจ้าของธุรกิจหลายคนอาจคิดว่า “รถบรรทุกคือทรัพย์สินที่มีค่าที่สุด” แม้ว่ารถบรรทุกจะมีความสำคัญ แต่สิ่งที่ผู้ซื้อต้องการจริง ๆ มักเป็น
ตัวอย่างเช่น หากบริษัทมีสัญญากับองค์กรขนาดใหญ่ที่ดำเนินต่อเนื่องมาหลายปี นั่นอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มมูลค่ากิจการได้อย่างมาก
สามารถขายได้ ผู้ซื้อบางรายอาจสนใจเพราะต้องการสิ่งเหล่านี้ เช่น
ดังนั้น แม้บริษัทจะขาดทุน ก็ไม่ได้หมายความว่าจะขายไม่ได้
เอกสารทางการเงิน
รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับข้อมูลเหล่านี้ ให้ครบถ้วนและเป็นระบบ
สรุปรายชื่อลูกค้าหลักและระยะเวลาความสัมพันธ์ทางธุรกิจ
ควรจัดทำรายการ เช่น
ข้อมูลคลังสินค้า
ตัวอย่างเช่น
จัดเตรียมภาพถ่าย เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับผู้ซื้อ เช่น
ในธุรกิจโลจิสติกส์ การดูแลยานพาหนะเป็นเรื่องสำคัญมาก ผู้ซื้อมักตรวจสอบประเด็นเหล่านี้ร่วมด้วย เช่น
บริษัทที่มีการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบมักได้รับการประเมินมูลค่าสูงกว่า
ปัจจุบันอุตสาหกรรมโลจิสติกส์กำลังเผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงาน ดังนั้น การมีบุคลากรที่มีประสบการณ์จึงเป็นข้อได้เปรียบอย่างมาก เช่น
ผู้ซื้อมักให้ความสำคัญกับความสามารถในการรักษาพนักงานเหล่านี้ไว้หลังเข้าซื้อกิจการ
ลูกค้าประจำคือทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดของบริษัท
ซ่อมแซมรถที่ชำรุดก่อนประกาศขาย
ความโปร่งใสช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ซื้อ
เช่น สัญญากับลูกค้า หรือสัญญาเช่าต่าง ๆ
ราคาที่สูงเกินไปอาจทำให้ผู้ซื้อไม่สนใจ
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตลาดอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ความต้องการในด้าน การจัดส่ง Last-Mile, ธุรกิจคลังสินค้า, บริการ Fulfillment เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงมีนักลงทุนและบริษัทจำนวนมากที่กำลังมองหาธุรกิจโลจิสติกส์เพื่อเข้าซื้อกิจการ
ในอดีต การขายกิจการมักอาศัยการแนะนำจากคู่ค้าหรือคนรู้จักในวงการ ปัจจุบัน เจ้าของธุรกิจสามารถใช้แพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อเข้าถึงนักลงทุนและผู้ซื้อจำนวนมากได้โดยตรง ยิ่งมีผู้พบเห็นกิจการมากเท่าไร โอกาสในการขายสำเร็จก็ยิ่งสูงขึ้น
Bizkaakai (บิสค้าขาย) เป็นแพลตฟอร์มซื้อขายธุรกิจในประเทศไทย นอกจากบริษัทโลจิสติกส์แล้ว ยังมีธุรกิจประเภทต่าง ๆ เช่น
การลงประกาศบน Bizkaakai (บิสค้าขาย) ช่วยให้คุณเข้าถึงผู้ซื้อและนักลงทุนที่กำลังมองหาโอกาสทางธุรกิจได้โดยตรง
ก่อนเริ่มประกาศขาย ควรตรวจสอบว่าได้ดำเนินการดังต่อไปนี้แล้ว
สิ่งสำคัญในการเซ้งธุรกิจขนส่ง ร้านรับส่งพัสดุหรือกิจการโลจิสติกส์คือการจัดเตรียมข้อมูลให้ชัดเจนและเข้าใจง่ายสำหรับผู้ซื้อเกี่ยวกับ
ผู้ซื้อไม่ได้ต้องการเพียงรถบรรทุกหรือคลังสินค้าเท่านั้น แต่ต้องการเครือข่ายโลจิสติกส์ ฐานลูกค้า และธุรกิจที่สามารถสร้างผลกำไรในอนาคตได้
การเตรียมตัวอย่างเหมาะสมจะช่วยเพิ่มโอกาสในการขายกิจการได้อย่างมาก
เริ่มต้นด้วยการจัดระเบียบข้อมูลธุรกิจของคุณ และนำเสนอให้ผู้ซื้อที่มีศักยภาพได้เห็นมากที่สุด
ลงประกาศขายธุรกิจขนส่ง ร้านรับส่งพัสดุหรือกิจการโลจิสติกส์ของคุณบน Bizkaakai (บิสค้าขาย) และเชื่อมต่อกับผู้ซื้อที่กำลังมองหาโอกาสลงทุนในวันนี้
[ลงประกาศขายกิจการบน Bizkaakai (บิสค้าขาย)]
Bizkaakai (บิสค้าขาย) ไม่ได้มีเพียงประกาศขายร้านอาหาร คาเฟ่ บาร์ ธุรกิจความงาม โรงแรม หรือคลินิกเท่านั้น แต่ยังมีธุรกิจหลากหลายประเภท เช่น บริษัทโลจิสติกส์ ธุรกิจการศึกษา ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ โรงงาน ธุรกิจแฟรนไชส์ และอื่น ๆ อีกมากมาย
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากจำนวนประกาศในกลุ่มธุรกิจเหล่านี้มีจำนวนไม่มากเมื่อเทียบกับหมวดหลัก จึงถูกรวมไว้ในหมวด “อื่น ๆ (Other Businesses)” สำหรับการวิเคราะห์ครั้งนี้
จากข้อมูลของ Bizkaakai (บิสค้าขาย)ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา พบว่ามีประกาศขายธุรกิจในหมวด อื่น ๆ (Other Businesses) มากกว่า 1,000 รายการ และมีหลายรายการที่สามารถปิดการขายจนได้รับสถานะ ขายแล้ว (Sold Out) ได้สำเร็จ
หมวดหมู่นี้ครอบคลุมธุรกิจหลากหลายประเภท เช่น
ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ผู้ซื้อมีความสนใจในธุรกิจหลากหลายประเภท และธุรกิจนอกเหนือจากหมวดหลักก็ยังมีโอกาสขายได้เช่นกัน
ในขณะเดียวกัน ประกาศที่ให้ข้อมูลธุรกิจอย่างชัดเจนมักได้รับความสนใจจากผู้ซื้อมากกว่า ตัวอย่างเช่น
แม้ว่าธุรกิจแต่ละประเภทจะมีจุดขายที่แตกต่างกัน แต่การให้ข้อมูลที่ชัดเจน โปร่งใส และช่วยให้ผู้ซื้อสามารถประเมินธุรกิจได้อย่างมั่นใจ ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มโอกาสในการเซ้งร้าน ขายกิจการให้ประสบความสำเร็จ
แหล่งข้อมูล: Bizkaakai internal listing data (June 2023 – June 2026)
Line: @bizkaakai
Email: support@bizkaakai.com