how-to-sell-a-restaurant-in-thailand-banner

วิธีเซ้ง/ขายกิจการร้านอาหารในประเทศไทย

คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับเจ้าของกิจการร้านอาหาร

คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับเจ้าของกิจการร้านอาหาร

เจ้าของร้านอาหารหลายคนในประเทศไทยอาจกำลังมีความคิดว่า

  • อยากเกษียณ
  • ต้องการเริ่มต้นธุรกิจใหม่
  • ต้องการยุติการเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจ
  • กิจการขาดทุนต่อเนื่องและกำลังพิจารณาขายกิจการ


อย่างไรก็ตาม เจ้าของกิจการส่วนใหญ่ไม่เคยมีประสบการณ์ในการเซ้ง/ขายกิจการมาก่อน จึงมักมีคำถามและความกังวล เช่น

  • ร้านอาหารของฉันจะขายได้ราคาเท่าไร?
  • ต้องเตรียมอะไรบ้างก่อนขาย?
  • พนักงานจะเป็นอย่างไรต่อไป?
  • จะหาผู้ซื้อได้หรือไม่?


บทความนี้จะอธิบายสิ่งสำคัญที่ควรรู้เมื่อคุณต้องการเซ้ง/ขายร้านอาหารในประเทศไทย

1. กิจการร้านอาหารควรตั้งราคาขายเท่าไร?

คำถามแรกที่เจ้าของกิจการส่วนใหญ่อยากรู้คือเรื่องราคาขาย ซึ่งราคาขายร้านอาหารมักขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญดังต่อไปนี้

  • ทำเลที่ตั้งของร้าน (ในกรุงเทพฯ)
    ใกล้สถานี BTS ใกล้สถานี MRT อยู่ภายในศูนย์การค้า หรืออยู่ในย่านท่องเที่ยว โดยทั่วไป ร้านที่อยู่ในทำเลที่มีผู้คนสัญจรจำนวนมากมักได้รับการประเมินมูลค่าสูงกว่า
  • สภาพของอุปกรณ์ หากอุปกรณ์ครัว เฟอร์นิเจอร์ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ อยู่ในสภาพดีและสามารถเปิดดำเนินกิจการต่อได้ทันที จะเป็นจุดดึงดูดสำคัญสำหรับผู้ซื้อ
  • ผลประกอบการด้านยอดขาย ร้านที่มียอดขายสม่ำเสมอในแต่ละเดือนมักได้รับการประเมินมูลค่าสูงกว่า
  • สถานะกำไร ร้านที่มีกำไรย่อมมีข้อได้เปรียบ


อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นร้านที่ขาดทุน ก็ยังสามารถขายได้หากมีทำเลที่ดีหรือมีอุปกรณ์ที่มีมูลค่า

2. ผู้ซื้อมองอะไรเป็นหลัก?

ผู้ซื้อไม่ได้ต้องการเพียงแค่ร้านอาหาร สิ่งที่พวกเขากำลังพิจารณาคือ “กิจการนี้คุ้มค่ากับการลงทุนหรือไม่?” ประเด็นสำคัญที่ผู้ซื้อมักนำมาพิจารณา ได้แก่

  • ยอดขายรายเดือน ผู้ซื้อจะพิจารณาแนวโน้มยอดขายย้อนหลัง 6–12 เดือน
  • ค่าเช่า ผู้ซื้อจะพิจารณาว่าค่าเช่าเหมาะสมกับรายได้ของร้านหรือไม่
  • พนักงาน การมีทีมงานที่มีประสบการณ์ และสามารถทำงานต่อได้ถือเป็นข้อได้เปรียบอย่างมาก
  • เงื่อนไขสัญญาเช่า ผู้ซื้อจะตรวจสอบว่าสามารถโอนสิทธิ์ในสัญญาเช่าได้หรือไม่
  • สภาพการแข่งขันในทำเลเดียวกัน ผู้ซื้ออาจพิจารณาด้วยว่ามีคู่แข่งรายใหม่เข้ามาในทำเลดังกล่าวมากน้อยเพียงใด

3. สิ่งที่ควรเตรียมก่อนเซ้ง/ขายร้านอาหาร

การเตรียมตัวล่วงหน้าเป็นสิ่งสำคัญที่มีผลต่อความสำเร็จในการขาย

  • จัดระเบียบข้อมูลยอดขาย
    ผู้ซื้อให้ความสำคัญกับตัวเลข ควรเตรียมข้อมูลจากระบบ POS และรายงานยอดขายให้พร้อม
  • จัดระเบียบข้อมูลค่าใช้จ่าย เช่น ค่าเช่า ค่าแรงพนักงาน ต้นทุนวัตถุดิบ และค่าสาธารณูปโภค การจัดเตรียมข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้กระบวนการพิจารณาเป็นไปอย่างราบรื่น
  • จัดทำรายการอุปกรณ์ เช่น อุปกรณ์ครัว ตู้เย็น โต๊ะ เก้าอี้ และเครื่องปรับอากาศ การมีรายการอุปกรณ์อย่างละเอียดจะช่วยให้ผู้ซื้อประเมินธุรกิจได้ง่ายขึ้น
  • เตรียมรูปภาพ รูปภาพที่สวยงาม คมชัด และดูเป็นมืออาชีพ สามารถเพิ่มจำนวนผู้ที่สนใจติดต่อเข้ามาได้อย่างมาก

4. ร้านอาหารที่ขาดทุนยังเซ้ง/ขายได้หรือไม่?

คำตอบคือ เซ้งได้ ขายได้ ในความเป็นจริง ร้านอาหารหลายแห่งก็ขายได้แม้จะขาดทุน เนื่องจากมีจุดเด่น เช่น

  • ทำเลดี
  • อุปกรณ์ครบครัน
  • การตกแต่งสวยงาม
  • มีใบอนุญาตดำเนินธุรกิจครบถ้วน


ผู้ซื้อบางรายอาจคิดว่า “เจ้าของปัจจุบันอาจบริหารได้ไม่ดี แต่เราสามารถปรับปรุงให้ดีขึ้นได้” ดังนั้น การขาดทุนไม่ได้หมายความว่าธุรกิจจะขายไม่ได้

5. พนักงานจะเป็นอย่างไร หากขายกิจการไปแล้ว?

หนึ่งในข้อกังวลที่พบบ่อยที่สุดของเจ้าของร้านอาหาร ซึ่งคำตอบก็ขึ้นอยู่กับผู้ซื้อแต่ละราย เช่น

  • ผู้ซื้อรับพนักงานทั้งหมด
  • ผู้ซื้อรับเพียงบางส่วน
  • ผู้ซื้อไม่รับพนักงานเดิมเลย


อย่างไรก็ตาม พนักงานที่มีประสบการณ์มักเป็นทรัพย์สินที่มีค่า ดังนั้นผู้ซื้อจำนวนไม่น้อยจึงต้องการให้ทีมงานเดิมอยู่ต่อ
ก่อนขาย ควรจัดเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่และโครงสร้างค่าตอบแทนของพนักงานให้ชัดเจน เพื่อช่วยให้การเจรจาเป็นไปอย่างราบรื่น

6. สัญญาเช่าร้านจะเป็นอย่างไร?

สัญญาเช่าถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สุดในการขายร้านอาหาร ผู้ซื้อจะมีคำถามว่า “ฉันสามารถดำเนินธุรกิจในสถานที่นี้ต่อไปได้หรือไม่?”

ดังนั้นควรตรวจสอบล่วงหน้าเกี่ยวกับระยะเวลาของสัญญา เงื่อนไขการต่อสัญญา และสามารถเปลี่ยนชื่อผู้เช่าได้หรือไม่

ความสัมพันธ์ที่ดีกับเจ้าของพื้นที่ก็เป็นข้อได้เปรียบสำคัญเช่นกัน

7. วิธีเพิ่มมูลค่าในการเซ้ง/ขายร้านอาหาร

หากต้องการขายร้านอาหารในราคาที่ดีที่สุด ควรให้ความสำคัญกับสิ่งต่อไปนี้

  • รักษาความสะอาดของร้าน ความประทับใจแรกมีความสำคัญอย่างมาก
  • จัดเตรียมข้อมูลยอดขายให้ชัดเจน ร้านที่สามารถแสดงตัวเลขได้อย่างโปร่งใสมักได้รับความเชื่อถือมากกว่า
  • ดูแลรักษาอุปกรณ์ ควรซ่อมแซมอุปกรณ์ที่ชำรุดก่อนนำออกขาย
  • ใช้รูปภาพที่น่าสนใจ รูปภาพคุณภาพดีช่วยเพิ่มจำนวนผู้สนใจได้
  • ตั้งราคาขายอย่างเหมาะสม ราคาที่สูงเกินไปอาจทำให้มีผู้สนใจน้อยลง

8. วิธีหาผู้ซื้อ

การพึ่งพาเพียงการแนะนำจากคนรู้จักอาจใช้เวลานานมาก ปัจจุบัน การใช้แพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อเข้าถึงผู้ซื้อจากทั่วประเทศเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมมากกว่า ยิ่งมีผู้เห็นประกาศของคุณมากเท่าไร โอกาสในการขายก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น

9. วิธีใช้ Bizkaakai (บิสค้าขาย)

Bizkaakai (บิสค้าขาย) เป็นเว็บไซต์เซ้งร้าน ซื้อขายกิจการในประเทศไทย นอกจากลงประกาศขายร้านอาหารแล้ว ยังสามารถลงประกาศขายกิจการประเภทอื่น ๆ ได้ เช่น เซ้งคาเฟ่ เซ้งร้านนวด เซ้งร้านเสริมสวย ขายกิจการโรงแรม ขายกิจการร้านค้าปลีก และธุรกิจอีกหลากหลายประเภท

การลงประกาศบน Bizkaakai (บิสค้าขาย) ช่วยให้คุณเข้าถึงผู้ซื้อที่กำลังมองหากิจการเพื่อการลงทุนได้โดยตรง

สรุป

การเซ้ง/ขายร้านอาหารไม่ใช่เรื่องซับซ้อนหรือพิเศษแต่อย่างใด สิ่งสำคัญคือ

  • กำหนดราคาขายให้เหมาะสม
  • จัดเตรียมข้อมูลยอดขายและอุปกรณ์ให้ครบถ้วน
  • เตรียมข้อมูลที่ช่วยให้ผู้ซื้อตัดสินใจได้ง่าย


หากคุณกำลังพิจารณาเซ้ง/ขายร้านอาหารในประเทศไทย เริ่มต้นด้วยการเรียบเรียงข้อมูลธุรกิจของคุณและเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อจำนวนมากได้เห็นกิจการของคุณ


กำลังจะเซ้ง/ขายร้านอาหารของคุณใช่หรือไม่?

ลงประกาศเซ้งร้าน ขายกิจการร้านอาหารของคุณบน Bizkaakai (บิสค้าขาย) เพื่อค้นหาผู้ซื้อที่เหมาะสมสำหรับกิจการของคุณได้

[ลงประกาศเซ้ง/ขายร้านอาหารของคุณบน Bizkaakai (บิสค้าขาย)]


ข้อมูลเชิงลึกจาก Bizkaakai (บิสค้าขาย) (Bizkaakai Market Insights) (อัปเดต มิ.ย. 2569)

จากข้อมูลของ Bizkaakai (บิสค้าขาย) ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา พบว่ากิจการร้านอาหาร คาเฟ่ และบาร์เป็นหนึ่งในหมวดธุรกิจที่มีจำนวนประกาศขายมากที่สุดบนแพลตฟอร์ม

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา:

  • มีประกาศขายธุรกิจร้านอาหาร คาเฟ่ และบาร์ มากกว่า 1,700 รายการ
  • ราคาเสนอขายเฉลี่ยของธุรกิจร้านอาหาร คาเฟ่ และบาร์ในกรุงเทพฯ อยู่ที่ประมาณ 620,000 บาท
  • ราคาเฉลี่ยของธุรกิจร้านอาหาร คาเฟ่ และบาร์ที่มีสถานะ Sold Out อยู่ที่ประมาณ 590,000 บาท
  • มีทั้งธุรกิจขนาดเล็กมูลค่าเพียงหลักหมื่นบาท ไปจนถึงธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าหลายล้านบาท


ข้อมูลเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าการขายธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทยไม่ใช่เรื่องแปลกหรือเกิดขึ้นเฉพาะบางกรณี

อย่างไรก็ตาม มูลค่าของธุรกิจไม่ได้ขึ้นอยู่กับประเภทของธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น

  • ทำเลที่ตั้ง
  • ยอดขาย
  • กำไร
  • สภาพอุปกรณ์และทรัพย์สิน
  • ชื่อเสียงของแบรนด์
  • ฐานลูกค้า


ซึ่งล้วนส่งผลต่อมูลค่าของธุรกิจและราคาขาย

นอกจากนี้ ข้อมูลของ Bizkaakai (บิสค้าขาย) ยังแสดงให้เห็นว่า ประกาศเซ้ง/ขายที่มีข้อมูลกิจการครบถ้วน มีรายละเอียดทางการเงินชัดเจน และมีรูปภาพคุณภาพดี มักได้รับความสนใจจากผู้ซื้อกิจการมากกว่า

ดังนั้น หากต้องการเพิ่มโอกาสในการเซ้งร้าน เซ้งกิจการ ขายกิจการให้ประสบความสำเร็จ เจ้าของธุรกิจควรให้ความสำคัญกับการตั้งราคาที่เหมาะสมและการจัดเตรียมข้อมูลที่ช่วยให้ผู้ซื้อสามารถประเมินธุรกิจได้อย่างมั่นใจ

หมายเหตุ

Bizkaakai (บิสค้าขาย) เริ่มต้นจากการเป็นเว็บไซต์ซื้อเซ้งร้าน ขายกิจการที่มุ่งเน้นธุรกิจขนาดเล็กเป็นหลัก จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ ระบบจึงกำหนดเพดานราคาประกาศขายไว้ที่ 3 ล้านบาท ดังนั้น ข้อมูลที่รวบรวมในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จึงประกอบด้วยธุรกิจขนาดเล็กถึงขนาดกลางเป็นส่วนใหญ่

ปัจจุบัน Bizkaakai (บิสค้าขาย) ได้ขยายขอบเขตการให้บริการ โดยเพิ่มเพดานราคาประกาศขายเป็น 30 ล้านบาท ทำให้สามารถรองรับธุรกิจที่มีขนาดและมูลค่าหลากหลายมากขึ้น ส่งผลให้ในอนาคตคาดว่าจะมีธุรกิจในช่วงราคาที่กว้างขึ้นเข้ามาลงประกาศและทำให้ข้อมูลตลาดมีความสมบูรณ์และครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

แหล่งข้อมูล: Bizkaakai internal listing data (June 2023 – June 2026)


Welcome Back!

Login to your account below

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Add New Playlist