should-you-sell-your-business-while-it-is-still-operating-or-after-it-has-closed-banner

ควรเซ้งกิจการขณะที่ยังเปิดกิจการ หรือปิดกิจการก่อนแล้วค่อยขายกิจการ?

คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับเจ้าของธุรกิจในประเทศไทยที่กำลังพิจารณาขายกิจการ

หนึ่งในคำถามที่เจ้าของธุรกิจมักถามมากที่สุดเมื่อเริ่มพิจารณาเซ้งร้าน ขายกิจการคือ

“ควรเซ้งร้าน ขายกิจการในขณะที่ยังเปิดดำเนินการอยู่ หรือควรปิดกิจการก่อนแล้วค่อยขาย?”

นี่เป็นประเด็นที่เจ้าของกิจการหลายคนเป็นกังวล ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านเสริมสวย ร้านนวด ร้านซักรีด โรงแรม โรงงาน หรือบริษัทโลจิสติกส์

โดยสรุปความน่าจะเป็นได้หลายกรณี ดังนั้น

การเซ้งร้าน ขายกิจการในขณะที่ยังเปิดดำเนินกิจการอยู่มักได้เปรียบมากกว่าก็จริง แต่ไม่ใช่ทุกกรณีเสมอไป โดยบทความนี้จะอธิบายข้อดีและข้อเสียของแต่ละทางเลือกให้เข้าใจง่ายขึ้น

1. ข้อดีของการเซ้งร้าน ขายกิจการในขณะที่ยังเปิดดำเนินกิจการอยู่

ผู้ซื้อกิจการไม่ได้ต้องการซื้ออุปกรณ์หรือร้านค้าเท่านั้น แต่สิ่งที่ผู้ซื้อต้องการซื้อคือ “ธุรกิจที่สามารถสร้างกำไรต่อได้” ฉะนั้นกิจการที่ยังเปิดดำเนินกิจการอยู่มีข้อดีหลายประการ ดังนี้

  • มีผลประกอบการจริงให้ผู้ซื้อเห็นได้อย่างชัดเจน หากกิจการยังเปิดดำเนินการอยู่ ผู้ขายสามารถนำเสนอข้อมูลให้ผู้ซื้อได้ เช่น ยอดขายต่อเดือน กำไร จำนวนผู้มาใช้บริการ และจำนวนลูกค้า
    กรณีเช่น คาเฟ่ที่มีกำไรเดือนละ 200,000 บาท เทียบกับคาเฟ่ที่ปิดกิจการไปแล้ว ย่อมสร้างความมั่นใจให้ผู้ซื้อแตกต่างกันอย่างมาก เป็นต้น
  • มีโอกาสส่งต่อฐานลูกค้าให้ผู้ซื้อกิจการ หากกิจการยังเปิดดำเนินการอยู่ สิ่งต่อไปนี้สามารถกลายเป็นมูลค่าของธุรกิจได้คือลูกค้าประจำ สมาชิก ลูกค้าองค์กร และลูกค้าที่กลับมาใช้บริการซ้ำ ผู้ซื้อกิจการให้มูลค่ากับ “กิจการที่ยังมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการต่อเนื่องตั้งแต่วันแรกที่รับช่วงต่อกิจการ” มากกว่า “กิจการที่ต้องเริ่มสร้างยอดขายใหม่ในวันแรกที่รับช่วงต่อกิจการ”
  • พนักงานเดิมถือเป็นทรัพย์สินของกิจการได้สำหรับกิจการที่ยังเปิดดำเนินการอยู่ พนักงานที่มีประสบการณ์สามารถส่งต่อให้กับผู้ซื้อกิจการต่อได้เช่นกัน เช่น
    • ช่างทำผมที่มีลูกค้าประจำ
    • นักบำบัดหรือพนักงานนวดที่มีทักษะ
    • พนักงานโรงงานที่มีความเชี่ยวชาญ
    • ผู้จัดการด้านโลจิสติกส์ที่รู้กระบวนการทำงาน


ซึ่งพนักงานเหล่านี้อาจเป็นจุดดึงดูดสำคัญสำหรับผู้ซื้อกิจการได้

  • มีโอกาสขายได้ในราคาสูงกว่า เนื่องจากกิจการที่ยังเปิดดำเนินกิจการอยู่จะถูกประเมินมูลค่าไม่ใช่แค่อุปกรณ์เท่านั้น แต่รวมถึงยอดขาย ลูกค้า แบรนด์ และพนักงานด้วย


ดังนั้น กิจการที่ยังเปิดดำเนินกิจการอยู่มักมีโอกาสเซ้ง/ขายได้ในราคาที่สูงกว่า

2. ข้อเสียของการขายกิจการในขณะที่ยังเปิดดำเนินการอยู่

  • ต้องดำเนินธุรกิจต่อไปจนกว่าจะขายได้ เจ้าของธุรกิจยังต้องรับภาระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ต่อไปจนกว่าจะหาผู้ซื้อกิจการได้ เช่น ค่าเช่า เงินเดือน และค่าน้ำค่าไฟ เป็นต้น
  • การอธิบายให้พนักงานเข้าใจอาจเป็นเรื่องยาก บางกรณีเจ้าของธุรกิจอาจลังเลว่าควรแจ้งพนักงานหรือไม่ว่ากำลังพิจารณาเซ้งร้าน ขายกิจการอยู่ ซึ่งหากสื่อสารไม่ดี อาจทำให้พนักงานบางคนตัดสินใจลาออกได้
  • กระบวนการขายกิจการต้องใช้เวลาและแรงกาย นอกจากต้องดำเนินธุรกิจต่อไปแล้ว เจ้าของกิจการยังต้องเตรียมข้อมูล เอกสาร และเตรียมตอบคำถามผู้ซื้อกิจการต่อ ซึ่งเจ้าของต้องใช้เวลาและทำงานในส่วนนี้เพิ่มขึ้น

3. ข้อดีของการขายกิจการหลังจากปิดกิจการแล้ว

ในบางกิจการ เจ้าของกิจการก็ประกาศขายหลังจากปิดกิจการแล้ว ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

  • หากดำเนินกิจการต่อจะทำให้ขาดทุน อาจขาดทุนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในแต่ละเดือน ในกรณีนี้ การปิดกิจการอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสม
  • ลดภาระเจ้าของ เจ้าของไม่ต้องรับภาระในการบริหารพนักงานหรือดูแลการดำเนินงานประจำวันอีกต่อไป โดยเฉพาะเจ้าของที่มีปัญหาสุขภาพหรืออายุเยอะ
  • ยังสามารถขายเฉพาะอุปกรณ์ได้ เช่น อุปกรณ์ครัว เครื่องมือเสริมสวย เครื่องซักผ้า และเครื่องจักรในโรงงาน เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถขายแยกได้

4. ข้อเสียของการขายกิจการหลังจากปิดกิจการแล้ว

  • ราคาขายมักลดลง เมื่อปิดกิจการแล้วผลประกอบการและยอดขายจะกลายเป็นข้อมูลในอดีต ในมุมมองของผู้ซื้อกิจการจะกลายเป็น “กิจการที่ไม่ได้ดำเนินอยู่ในปัจจุบัน”
  • ลูกค้าหายไป เมื่อหยุดดำเนินกิจการ ลูกค้าประจำและลูกค้าองค์กรจะย้ายไปใช้บริการจากธุรกิจอื่น ผลที่ตามมาคือมูลค่าของธุรกิจอาจลดลงอย่างมาก
  • พนักงานลาออก หลังจากปิดกิจการ พนักงานส่วนใหญ่มักจะลาออก ผู้ซื้อจึงไม่สามารถรับช่วงต่อทีมงานเดิมไปได้
  • มูลค่าแบรนด์ลดลง หากธุรกิจปิดไปเป็นเวลานาน การรับรู้และการมีตัวตนในตลาดก็จะค่อย ๆ ลดลงเช่นกัน

5. ทางเลือกไหนได้เปรียบมากกว่า?

โดยปกติแล้วการเซ้งร้าน ขายกิจการในขณะที่ยังเปิดดำเนินการอยู่ได้เปรียบมากกว่า เพราะผู้ซื้อต้องการซื้อทั้งผลกำไร ลูกค้า พนักงาน และแบรนด์ และหลังจากปิดกิจการไปแล้ว สิ่งที่เหลืออยู่อาจมีเพียงอุปกรณ์หรือการตกแต่งภายในเท่านั้น

6. กรณีที่อาจควรปิดกิจการก่อน
ในบางกรณีการปิดกิจการก่อนจะส่งผลดีมากกว่า เช่น

  • ผลประกอบการขาดทุนต่อเนื่องทุกเดือน
  • สัญญาเช่ากำลังจะสิ้นสุด
  • อุปกรณ์มีมูลค่าสูง
  • ไม่มีพนักงานแล้ว


ในกรณีเหล่านี้ การปิดกิจการให้เร็วขึ้นอาจช่วยลดความเสียหายหรือการขาดทุนเพิ่มได้

7. วิธีที่แนะนำมากที่สุด

สิ่งที่เราแนะนำคือ “เริ่มกระบวนการขายในขณะที่ยังดำเนินธุรกิจต่อไป” วิธีนี้ช่วยให้เข้าถึงผู้ซื้อได้มากที่สุด และมีโอกาสขายได้ในราคาที่สูงที่สุด โดยเจ้าของยังคงดำเนินกิจการตามปกติจนกว่าการขายจะสำเร็จ จากนั้นจึงดำเนินการส่งมอบกิจการให้กับผู้ซื้อต่อไป

8. หากเริ่มคิดจะขาย ควรลงมือให้เร็ว

เจ้าของกิจการจำนวนมากมักเริ่มคิดเรื่องการเซ้งร้าน ขายกิจการเมื่อยอดขายแย่ลงแล้ว แต่ที่จริงแล้วช่วงเวลาที่ขายได้ราคาดีที่สุดคือ ตอนที่ธุรกิจยังแข็งแรงอยู่ มีกำไร มีลูกค้า และมีพนักงานพร้อมทำงาน ซึ่งมีโอกาสหาผู้ซื้อได้ง่ายกว่า

สรุป

ควรเซ้งร้าน ขายกิจการในขณะที่ยังเปิดดำเนินกิจการอยู่ หรือควรปิดกิจการก่อนแล้วค่อยขาย?

ในหลายกรณี การเริ่มกระบวนการขายกิจการในขณะที่กิจการยังเปิดดำเนินการอยู่มักได้เปรียบกว่า หากกิจการยังดำเนินงานอยู่ คุณสามารถส่งต่อมูลค่าต่อให้กับผู้ซื้อได้ ทั้งผลประกอบการและยอดขายจริง ลูกค้า พนักงาน และแบรนด์

ในทางกลับกัน หากธุรกิจมีผลขาดทุนจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง การปิดกิจการก่อนอาจเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลกว่า สิ่งสำคัญคือไม่ควรรอจนรู้สึกว่า “ไปต่อไม่ไหวแล้ว” แต่ควรเริ่มพิจารณาการขายตั้งแต่ยังมีทางเลือก การทำเช่นนี้จะช่วยให้คุณสามารถดำเนินการขายธุรกิจโดยมีทางเลือกมากขึ้น


กำลังจะเซ้งร้าน ขายกิจการของคุณอยู่หรือไม่?

Bizkaakai (บิสค้าขาย) ให้คุณลงประกาศขายกิจการหลากหลายประเภท เช่น ร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านเสริมสวย ร้านนวด โรงแรม โรงงาน บริษัทโลจิสติกส์ ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ และธุรกิจอื่น ๆ อีกมากมาย

ทำไมยังไม่ลองนำกิจการของคุณมาลงประกาศบน Bizkaakai (บิสค้าขาย) เพื่อค้นหาผู้ซื้อที่เหมาะสมล่ะ?

[ลงประกาศขายกิจการบน Bizkaakai (บิสค้าขาย)]


ข้อมูลเชิงลึกจากบิสค้าขาย (Bizkaakai Market Insights) (อัปเดต มิ.ย. 2569)

จากข้อมูลของบิสค้าขาย (Bizkaakai) ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา พบว่าประมาณ 87% ของประกาศขายกิจการทั้งหมดเป็นกิจการที่ยังดำเนินกิจการอยู่ (Running) ในขณะที่ลงประกาศขาย จำนวนสะสมของประกาศมีดังนี้

  • ประกาศขายกิจการที่ยังดำเนินกิจการอยู่ (Running): 8,641 รายการ
  • ประกาศขายกิจการที่ปิดกิจการแล้ว (Close): 1,258 รายการ


ข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า เจ้าของกิจการส่วนใหญ่เลือกเริ่มกระบวนการเซ้งร้าน ขายกิจการในขณะที่กิจการยังดำเนินงานอยู่ มากกว่าการรอจนปิดกิจการแล้วจึงค่อยขาย

นอกจากนี้ ในช่วงเวลาเดียวกัน มีกิจการมากกว่า 2,700 รายการที่ถูกระบุว่า Sold Out ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ามีกิจการจำนวนมากที่สามารถส่งต่อกิจการให้กับเจ้าของคนใหม่ได้สำเร็จ

กิจการที่ยังเปิดดำเนินการอยู่มักมีข้อได้เปรียบหลายประการ เช่น

  • สามารถแสดงผลประกอบการและยอดขายจริงได้
  • มีฐานลูกค้าเดิมที่อาจจะยังใช้บริการอยู่
  • มีพนักงานที่มีประสบการณ์ ซึ่งอาจทำงานต่อหลังการขายกิจการ
  • มีชื่อเสียงและแบรนด์ที่สร้างไว้แล้ว


ในบางกรณี การปิดกิจการก่อนอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกว่า เช่น กิจการที่ขาดทุนต่อเนื่องหรือสัญญาเช่ากำลังจะหมดอายุ อย่างไรก็ตาม ข้อมูลของบิสค้าขาย (Bizkaakai) แสดงให้เห็นว่า เจ้าของกิจการจำนวนมากเริ่มมองหาผู้ซื้อในขณะที่กิจการยังดำเนินกิจการอยู่

หากคุณกำลังพิจารณาเซ้งร้าน ขายกิจการ การเริ่มเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่น ๆ ในขณะที่ยังมีทางเลือกมากกว่าอาจช่วยเพิ่มโอกาสในการขายธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

แหล่งข้อมูล: Bizkaakai internal listing data (June 2023 – June 2026)


Line: @bizkaakai
Email: support@bizkaakai.com

 

Welcome Back!

Login to your account below

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Add New Playlist