article 5 mini

กิจการแบบไหนคือ “ดี” และ “ไม่ดี” ในสายตาของผู้ซื้อ?

คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับเจ้าของธุรกิจในประเทศไทยที่กำลังพิจารณาเซ้งร้าน ขายกิจการ

เมื่อเจ้าของกิจการเริ่มคิดจะขายกิจการ สิ่งที่หลายคนกังวลมากที่สุดคือ “กิจการของเราจะขายได้ราคาเท่าไร?” แน่นอนว่าราคาเป็นเรื่องสำคัญ แต่ในความเป็นจริงสิ่งที่สำคัญกว่าราคา คือผู้ซื้อจะรู้สึกอยากซื้อกิจการนี้หรือไม่ แม้จะเป็นกิจการที่มีขนาดรายได้ใกล้เคียงกัน แต่บางกิจการสามารถหาผู้ซื้อได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ ในขณะที่อีกกิจการประกาศเซ้ง/ขายมาหลายเดือนแล้วก็ยังไม่มีผู้ติดต่อเข้ามา อะไรคือความแตกต่าง?

ในบทความนี้ได้อธิบายลักษณะของ “กิจการที่น่าสนใจ” และ “กิจการที่ไม่น่าสนใจ” จากมุมมองของผู้ซื้ออย่างเข้าใจง่าย

1. ผู้ซื้อต้องการอะไร?

สิ่งแรกที่ควรเข้าใจ คือผู้ซื้อไม่ได้ต้องการซื้อเพียงอุปกรณ์หรือทรัพย์สินเท่านั้น แต่สิ่งที่ผู้ซื้อต้องการจริง ๆ คือ “ระบบที่สามารถสร้างกำไรได้ในอนาคต” ไม่ว่าจะเป็นเซ้งร้านอาหาร เซ้งคาเฟ่ เซ้งร้านเสริมสวย เซ้งร้านนวด เซ้งกิจการร้านนวด เซ้งกิจการโรงแรม เซ้งกิจการโรงงาน หรือเซ้งธุรกิจ E-Commerce
หลักการนี้เหมือนกันทุกอุตสาหกรรม ผู้ซื้อจะมองกิจการด้วยคำถามที่ว่า “หลังจากที่รับช่วงต่อแล้ว กิจการนี้จะยังสร้างกำไรได้หรือไม่?”

2. กิจการแบบไหนที่ผู้ซื้อกิจการมองว่าเป็น “กิจการที่ดี”?

  • ยอดขายมีความสม่ำเสมอ

ปัจจัยนี้เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด เช่น กิจการที่มียอดขายคงที่ทุกเดือน มักได้รับการประเมินมูลค่าสูงกว่ากิจการที่ยอดขายผันผวน ซึ่งผู้ซื้อมักจะสนใจกิจการที่คาดการณ์อนาคตได้

  • มีกำไร

ธุรกิจที่มีกำไรย่อมมีความน่าสนใจ เช่น กิจการที่มีกำไรเดือนละ 50,000 บาท กับกิจการที่มีกำไรเดือนละ 200,000 บาท ทั้งสองกิจการย่อมได้รับการประเมินจากผู้ซื้อแตกต่างกันอย่างมาก

  • มีฐานลูกค้า

ลูกค้าคือสินทรัพย์สำคัญสำหรับธุรกิจ เช่น ลูกค้าประจำ สมาชิก ลูกค้าองค์กร ลูกค้าที่กลับมาใช้บริการซ้ำ และผู้ติดตาม LINE Official Account โดยกิจการที่มีฐานลูกค้าอยู่แล้วจะได้รับการประเมินมูลค่าสูงกว่า

  • ธุรกิจสามารถดำเนินต่อได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเจ้าของตลอด

ปัจจัยนี้สำคัญมาก เช่น กิจการที่เจ้าของสามารถหยุดงานได้ 1 เดือน โดยธุรกิจยังคงดำเนินต่อไปได้ ถือเป็นกิจการในอุดมคติสำหรับผู้ซื้อ แต่ในทางกลับกันหากเจ้าของหยุดทำงานแล้วรายได้หายไปทันที มูลค่าของธุรกิจนั้นก็จะลดลงตาม

  • มีพนักงานที่มีประสบการณ์และทำงานต่อได้

กิจการที่มีทีมงานที่มั่นคงและมีประสบการณ์ถือว่าน่าสนใจ โดยผู้ซื้อมักมีความกังวลว่า “หลังจากรับช่วงต่อแล้ว จะสามารถดำเนินธุรกิจต่อได้หรือไม่?”

  • ข้อมูลทางการเงินเป็นระบบ

ผู้ซื้อให้ความสำคัญกับตัวเลขมาก ๆ ดังนั้น กิจการใดที่มีข้อมูลชัดเจน เช่น ยอดขาย กำไร และค่าใช้จ่าย จะได้รับความเชื่อถือมากกว่า

3. กิจการแบบไหนที่ผู้ซื้อกิจการมองว่าเป็น “กิจการที่ไม่น่าสนใจ”?

กิจการที่ผู้ซื้อกิจการมักหลีกเลี่ยง

  • ไม่มีข้อมูลยอดขาย ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่ เช่น เจ้าของจะบอกว่า “ยอดขายดีมาก” แต่ไม่มีหลักฐาน ผู้ซื้อก็ไม่สามารถประเมินมูลค่าได้
  • พึ่งพาเจ้าของมากเกินไป เช่น เจ้าของร้านเสริมสวยเป็นช่างทำผมที่ลูกค้าติดมากที่สุด หรือเจ้าของร้านอาหารเป็นเชฟหลักของร้าน ในกรณีนี้มูลค่าของกิจการอาจลดลงทันทีเมื่อเจ้าของออกไป
  • ลูกค้าน้อย แม้จะมีอุปกรณ์ครบถ้วน แต่หากไม่มีลูกค้า ผู้ซื้อก็จะรู้สึกว่ากิจการนี้ไม่น่าสนใจ
  • ขาดทุนต่อเนื่อง แม้กิจการที่ขาดทุนจะยังสามารถขายได้ แต่หากขาดทุนต่อเนื่องและไม่เห็นแนวทางในการฟื้นตัว ผู้ซื้อส่วนใหญ่มักหลีกเลี่ยง
  • อุปกรณ์เก่าและเสื่อมสภาพ ผู้ซื้อมักคำนวณว่าหลังซื้อแล้วจะต้องลงทุนเพิ่มเติมอีกเท่าไร หากอุปกรณ์ส่วนใหญ่เก่าเกินไป มูลค่าของกิจการก็จะลดลง
  • ข้อมูลน้อยเกินไป นี่เป็นกรณีที่พบได้บ่อยกว่าที่คิด เช่น หากประกาศเพียงว่า “เซ้งร้านกาแฟ” ผู้ซื้อจะไม่สามารถตัดสินใจได้ เพราะสิ่งที่ผู้ซื้ออยากรู้คือ ทำเล ยอดขาย กำไร อุปกรณ์ ค่าเช่า และข้อมูลสำคัญอื่น ๆ

4. วิธีทำให้กิจการดูน่าสนใจมากขึ้น

แม้จะเปลี่ยนแปลงตัวธุรกิจได้ยาก แต่เราสามารถปรับปรุงวิธีนำเสนอได้

  • เพิ่มรูปภาพให้มากขึ้น ควรแสดงรูปภาพของร้าน สถานที่ และอุปกรณ์ต่าง ๆ
  • จัดระเบียบข้อมูลตัวเลข สรุปยอดขายและกำไรให้เข้าใจง่าย
  • แสดงจุดแข็งให้ชัดเจน เช่น อยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า มีลูกค้าประจำจำนวนมาก มีสัญญากับลูกค้าองค์กร และมีผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดีย 10,000 คน
  • แสดงศักยภาพในการเติบโต ผู้ซื้อมองไปที่อนาคต ดังนั้นควรอธิบายโอกาสในการเติบโตของธุรกิจด้วย

5. ตรวจสอบรายการก่อนประกาศเซ้งร้าน ขายกิจการ

ก่อนประกาศขาย ควรตรวจสอบสิ่งเหล่านี้ก่อน

 ✓  จัดเตรียมข้อมูลยอดขายเรียบร้อยแล้ว
 ✓  จัดเตรียมข้อมูลกำไรเรียบร้อยแล้ว
 ✓  จัดเตรียมข้อมูลลูกค้าเรียบร้อยแล้ว
 ✓  จัดเตรียมข้อมูลทีมงานเรียบร้อยแล้ว
 ✓  จัดทำรายการอุปกรณ์เรียบร้อยแล้ว
 ✓  เตรียมรูปภาพเรียบร้อยแล้ว
 ✓  สรุปจุดแข็งของธุรกิจเรียบร้อยแล้ว
 ✓  สามารถอธิบายศักยภาพในอนาคตได้

6. กิจการที่ดีสามารถขายได้ในราคาสูงกว่า

แม้จะอยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกัน แต่กิจการที่ได้รับการประเมินที่ดีกว่าจะขายได้ในราคาที่สูงกว่า ตัวอย่างเช่น

กิจการ A
ไม่มีข้อมูลยอดขาย
ไม่มีข้อมูลลูกค้า
ไม่มีรูปภาพ
ไม่มีข้อมูลอุปกรณ์

กิจการ B
มีข้อมูลยอดขาย
มีจำนวนลูกค้าชัดเจน
มีรูปภาพจำนวนมาก
มีรายการอุปกรณ์ครบถ้วน

แน่นอนว่าผู้ซื้อส่วนใหญ่จะเลือกกิจการ B และมักยอมพิจารณาในราคาซื้อขายที่สูงกว่า

สรุป

จากมุมมองของผู้ซื้อกิจการ กิจการที่ดีคือกิจการที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าสามารถสร้างกำไรได้
โดยทั่วไปจะมียอดขายที่มั่นคง, มีลูกค้า, มีพนักงาน, ข้อมูลทางการเงินที่เป็นระบบ และมีศักยภาพในการเติบโต แต่ในทางกลับกันกิจการที่มีข้อมูลน้อย พึ่งพาเจ้าของมากเกินไป และมีตัวเลขที่ไม่ชัดเจน ผู้ซื้อมักจะหลีกเลี่ยงหากต้องการเพิ่มโอกาสในการขายธุรกิจให้สำเร็จ ดังนั้น สิ่งสำคัญคือการมองธุรกิจของตนเองจากมุมมองของผู้ซื้อ เพียงเท่านี้ก็อาจช่วยเพิ่มจำนวนผู้สนใจ และเพิ่มโอกาสในการเซ้งร้าน ขายกิจการได้อย่างมาก


กำลังจะเซ้งร้าน ขายกิจการของคุณอยู่หรือไม่?

Bizkaakai (บิสค้าขาย) ให้คุณลงประกาศขายกิจการหลากหลายประเภท เช่น ร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านเสริมสวย ร้านนวด โรงแรม โรงงาน บริษัทโลจิสติกส์ ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ และธุรกิจอื่น ๆ อีกมากมาย

ทำไมยังไม่ลองนำกิจการของคุณมาลงประกาศบน Bizkaakai (บิสค้าขาย) เพื่อค้นหาผู้ซื้อที่เหมาะสมล่ะ?

[ลงประกาศขายกิจการของคุณบน Bizkaakai (บิสค้าขาย)]


ข้อมูลเชิงลึกจาก Bizkaakai (บิสค้าขาย) (Bizkaakai Market Insights) (อัปเดต มิ.ย. 2569)

ข้อมูลจาก Bizkaakai (บิสค้าขาย) ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีการลงประกาศเซ้งร้าน ขายกิจการแล้วมากกว่า 9,900 รายการ และมีกิจการมากกว่า 2,700 รายการที่ปิดการขายสำเร็จ (Sold Out)

นอกจากนี้ ประมาณ 87% ของกิจการที่ลงประกาศยังคงเปิดดำเนินการอยู่ (Running Business) ในขณะที่ประกาศขาย

จากข้อมูลของ Bizkaakai (บิสค้าขาย) พบว่ากิจการที่ได้รับความสนใจและมีผู้ติดต่อสอบถามจากผู้ซื้อมักมีลักษณะที่คล้ายกัน ดังต่อไปนี้

  • มีข้อมูลธุรกิจที่ชัดเจน เช่น ยอดขายและกำไร
  • มีรูปภาพของร้าน สถานประกอบการ หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ
  • ระบุอย่างชัดเจนว่ายังเปิดดำเนินกิจการอยู่
  • อธิบายจุดแข็งและข้อได้เปรียบของธุรกิจอย่างละเอียด
  • ตั้งราคาขายอยู่ในระดับที่เหมาะสมและสอดคล้องกับตลาด


ธุรกิจที่มีข้อมูลครบถ้วนเหล่านี้มักช่วยให้ผู้ซื้อประเมินโอกาสทางธุรกิจได้ง่ายขึ้นและมีแนวโน้มได้รับความสนใจมากกว่า แต่ในทางกลับกัน กิจการที่มีลักษณะดังต่อไปนี้

  • ข้อมูลไม่เพียงพอ
  • ไม่มีรูปภาพประกอบ
  • ข้อมูลยอดขายหรือรายละเอียดกิจการไม่ชัดเจน
  • มีรายละเอียดที่เข้าใจได้เฉพาะเจ้าของกิจการเท่านั้น


มักทำให้ผู้ซื้อประเมินธุรกิจได้ยากและมีแนวโน้มได้รับการติดต่อสอบถามน้อยกว่า โดยข้อมูลจาก Bizkaakai (บิสค้าขาย) แสดงให้เห็นว่า ผู้ซื้อไม่ได้พิจารณาเพียงประเภทของธุรกิจหรือราคาขายเท่านั้น แต่กิจการที่มีการจัดเตรียมข้อมูลอย่างชัดเจน โปร่งใส และเข้าใจง่าย มักได้รับความสนใจจากผู้ซื้อกิจการและสร้างโอกาสในการขายได้มากกว่าเช่นกัน

แหล่งข้อมูล: Bizkaakai internal listing data (June 2023 – June 2026)



Line: 
@bizkaakai
Email: support@bizkaakai.com

Welcome Back!

Login to your account below

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Add New Playlist