how-to-sell-an-e-commerce-business-in-thailand-banner

วิธีเซ้งร้าน ขายกิจการ E-Commerce ในประเทศไทย

คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับเจ้าของร้านค้า Shopee, Lazada, TikTok Shop และเว็บไซต์ E-Commerce

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตลาด E-Commerce ในประเทศไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว ผู้ประกอบการจำนวนมากใช้แพลตฟอร์มต่าง ๆ เช่น Shopee, Lazada, TikTok Shop และเว็บไซต์ E-Commerce ของตนเองในการขายสินค้าออนไลน์ ในขณะเดียวกัน เจ้าของธุรกิจจำนวนไม่น้อยเริ่มพิจารณาขายธุรกิจ E-Commerce ของตนด้วยเหตุผลต่าง ๆ เช่น

  • ต้องการเริ่มต้นธุรกิจใหม่
  • ต้องการเงินทุนสำหรับการลงทุนอื่น
  • ต้องการปรับโครงสร้างหรือหยุดกิจการ
  • ต้องการมุ่งเน้นไปที่โครงการใหม่
  • ต้องการยุติการร่วมทุนกับพาร์ทเนอร์


อย่างไรก็ตาม หลายคนยังมีคำถามว่า

  • ธุรกิจ E-Commerce สามารถขายกิจการได้หรือไม่?
  • ปัจจัยใดที่กำหนดมูลค่าของธุรกิจ?
  • ฐานลูกค้าสามารถส่งต่อให้เจ้าของใหม่ได้หรือไม่?
  • ธุรกิจจะขายได้ในราคาเท่าไร?


บทความนี้จะอธิบายสิ่งสำคัญที่คุณควรรู้เมื่อต้องการเซ้งร้าน ขายกิจการ E-Commerce ในประเทศไทย

1. ธุรกิจ E-Commerce ขายได้ราคาเท่าไร?

มูลค่าของธุรกิจ E-Commerce ไม่ได้ขึ้นอยู่กับยอดขายเพียงอย่างเดียว ผู้ซื้อจะให้ความสำคัญกับคำถามว่า

“ธุรกิจนี้จะสามารถสร้างกำไรได้อย่างต่อเนื่องในอนาคตหรือไม่?”

โดยปัจจัยสำคัญที่ใช้ในการประเมินมูลค่า ได้แก่

ยอดขาย

ยอดขายรายเดือนและรายปี

กำไร

อัตรากำไรและกระแสเงินสด

จำนวนลูกค้า

จำนวนลูกค้าที่เคยซื้อสินค้าและลูกค้าประจำ

แบรนด์สินค้า

มีแบรนด์ของตนเองหรือไม่

ช่องทางการขาย

การมีหลายช่องทางขายช่วยเพิ่มมูลค่าให้ธุรกิจ ตัวอย่างเช่น

  • Shopee
  • Lazada
  • TikTok Shop
  • Facebook
  • เว็บไซต์ E-Commerce ของตนเอง

2. ผู้ซื้อพิจารณาอะไรบ้าง?

ผู้ซื้อไม่ได้ต้องการซื้อเพียงสินค้าคงคลังเท่านั้น สิ่งที่พวกเขาพิจารณา ได้แก่

แนวโน้มยอดขาย

ยอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่องหรือไม่

อัตรากำไร

ธุรกิจมีกำไรหรือไม่

อัตราการซื้อซ้ำ

ลูกค้ากลับมาซื้อซ้ำมากน้อยแค่ไหน

การพึ่งพาโฆษณา

หากหยุดโฆษณาแล้ว ยังคงมียอดขายหรือไม่

ความสามารถในการแข่งขัน

ธุรกิจมีจุดเด่นที่แตกต่างจากคู่แข่งหรือไม่

3. สินทรัพย์ที่มีค่าที่สุดของธุรกิจ E-Commerce คือ “ลูกค้า”

เคล็ดลับในธุรกิจ E-Commerce สิ่งที่มีค่ามากที่สุดคือฐานลูกค้า ตัวอย่างเช่น

  • ประวัติการสั่งซื้อ
  • จำนวนสมาชิก
  • ผู้ติดตาม LINE Official Account
  • รายชื่ออีเมลสมาชิก
  • ผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดีย


ทั้งหมดนี้ถือเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูง ผู้ซื้อจะให้ความสำคัญกับคำถามว่า “ลูกค้าเหล่านี้จะยังคงซื้อสินค้าในอนาคตหรือไม่?”

4. โซเชียลมีเดียก็เป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่า

ปัจจุบัน ธุรกิจ E-Commerce จำนวนมากใช้โซเชียลมีเดียในการสร้างยอดขาย

ตัวอย่างเช่น

  • Instagram ผู้ติดตาม 50,000 คน
  • TikTok ผู้ติดตาม 100,000 คน
  • Facebook ผู้ติดตาม 30,000 คน


ฐานผู้ติดตามเหล่านี้มีมูลค่าอย่างมาก เพราะผู้ซื้อสามารถใช้เป็นฐานลูกค้าในการดำเนินธุรกิจต่อได้ทันที

5. คะแนนและรีวิวบน Shopee และ Lazada ก็มีความสำคัญ

สำหรับธุรกิจ E-Commerce สิ่งต่อไปนี้มีความสำคัญอย่างมาก

  • จำนวนรีวิว
  • คะแนนรีวิว
  • จำนวนผู้ติดตามร้านค้า


ตัวอย่างเช่น

  • รีวิว 5,000 รายการ
  • คะแนน 4.9 ดาว
  • ผู้ติดตามร้านค้า 20,000 คน


ข้อมูลเหล่านี้ช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับธุรกิจอย่างมาก

6. สิ่งที่ควรเตรียมก่อนขายธุรกิจ

ข้อมูลยอดขาย

จัดเตรียมยอดขายรายเดือนและรายปี

ข้อมูลกำไร

จัดทำข้อมูลอัตรากำไรและผลประกอบการ

รายการสินค้า

รวบรวมข้อมูลสินค้าทั้งหมดที่จำหน่าย

รายการสต็อกสินค้า

จัดทำข้อมูลสินค้าคงคลังปัจจุบัน

ข้อมูลโซเชียลมีเดีย

รวบรวมจำนวนผู้ติดตามและสถิติการใช้งาน

7. ธุรกิจที่ขาดทุนยังสามารถขายได้หรือไม่?

สามารถขายได้ แม้จะขาดทุนอยู่ ก็ยังอาจมีมูลค่าในสายตาของผู้ซื้อ หากธุรกิจมีข้อมูล ตัวอย่างเช่น

  • ผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดียจำนวนมาก
  • แบรนด์ที่เป็นที่รู้จัก
  • ฐานข้อมูลลูกค้า
  • คะแนนรีวิวสินค้าสูง

8. วิธีเพิ่มมูลค่าธุรกิจ E-Commerce ก่อนขาย

เพิ่มจำนวนลูกค้าประจำ

ลูกค้าที่กลับมาซื้อซ้ำคือสินทรัพย์สำคัญ

พัฒนาโซเชียลมีเดีย

เพิ่มจำนวนผู้ติดตามและการมีส่วนร่วม

จัดระเบียบข้อมูลธุรกิจ

ทำให้ข้อมูลยอดขายและกำไรมีความชัดเจน

จัดการสต็อกสินค้า

ลดสินค้าค้างสต็อกที่ขายยาก

ตั้งราคาขายที่เหมาะสม

การตั้งราคาที่สมเหตุสมผลช่วยดึงดูดผู้ซื้อได้มากขึ้น

9. วิธีหาผู้ซื้อธุรกิจ

เมื่อก่อน การขายธุรกิจมักอาศัยการแนะนำจากคนรู้จัก แต่ปัจจุบัน คุณสามารถใช้แพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อเข้าถึงผู้ซื้อที่สนใจได้โดยตรง ยิ่งมีคนเห็นธุรกิจของคุณมากเท่าไร โอกาสในการขายสำเร็จก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น

10. ข้อดีของการใช้ Bizkaakai

Bizkaakai (บิสค้าขาย) เป็นแพลตฟอร์มซื้อขายธุรกิจในประเทศไทย นอกจากธุรกิจ E-Commerce แล้ว ยังมีธุรกิจประเภทอื่น ๆ เช่น

  • ธุรกิจค้าปลีก
  • ธุรกิจการศึกษา
  • บริษัทโลจิสติกส์
  • ร้านอาหาร
  • โรงแรม


และธุรกิจอีกหลากหลายประเภท

การลงประกาศขายบน Bizkaakai (บิสค้าขาย) ช่วยให้คุณเข้าถึงผู้ซื้อที่มีศักยภาพจำนวนมากได้โดยตรง

11. เช็กลิสต์ก่อนขายธุรกิจ E-Commerce

  • จัดเตรียมข้อมูลยอดขายเรียบร้อยแล้ว
  • จัดเตรียมข้อมูลกำไรเรียบร้อยแล้ว
  • จัดทำรายการสต็อกสินค้าเรียบร้อยแล้ว
  • จัดเตรียมข้อมูลลูกค้าเรียบร้อยแล้ว
  • จัดเตรียมข้อมูลโซเชียลมีเดียเรียบร้อยแล้ว
  • จัดทำข้อมูลช่องทางการขายเรียบร้อยแล้ว
  • กำหนดราคาขายที่ต้องการเรียบร้อยแล้ว

12. สรุป

สิ่งสำคัญในการเซ้งร้าน ขายธุรกิจ E-Commerce คือการจัดเตรียมข้อมูลเกี่ยวกับ

  • ฐานลูกค้า
  • แบรนด์สินค้า
  • โซเชียลมีเดีย
  • ผลการดำเนินงาน
  • กำไร


และการนำเสนอข้อมูลเหล่านี้ให้ผู้ซื้อเข้าใจได้อย่างชัดเจน

มูลค่าของธุรกิจ E-Commerce ไม่ได้อยู่ที่สินค้าคงคลังเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงฐานลูกค้า แบรนด์ และความน่าเชื่อถือที่คุณสร้างขึ้นมาตลอดหลายปี

เริ่มต้นด้วยการจัดระเบียบข้อมูลธุรกิจของคุณ และสร้างโอกาสให้ผู้ซื้อจำนวนมากได้เห็นธุรกิจของคุณ


กำลังต้องการเซ้งร้าน ขายกิจการ E-Commerce ของคุณอยู่หรือไม่?

ทำไมไม่ลองลงประกาศขายธุรกิจ E-Commerce ของคุณบน Bizkaakai (บิสค้าขาย)เพื่อค้นหาผู้ซื้อที่เหมาะสม?

[ลงประกาศขายกิจการบน Bizkaakai (บิสค้าขาย)]



Line: @bizkaakai

Email: support@bizkaakai.com

Welcome Back!

Login to your account below

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Add New Playlist