ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศท่องเที่ยวชั้นนำของโลก โดยมีธุรกิจโรงแรมจำนวนมากตั้งอยู่ในเมืองท่องเที่ยวสำคัญ เช่น กรุงเทพฯ พัทยา ภูเก็ต เชียงใหม่ และหัวหิน
อย่างไรก็ตาม มีเจ้าของธุรกิจโรงแรมจำนวนไม่น้อยที่เริ่มพิจารณาขายกิจการด้วยเหตุผลต่าง ๆ เช่น
ต้องการเกษียณอายุ
ไม่มีผู้สืบทอดกิจการ
ต้องการลงทุนในธุรกิจอื่น
ต้องการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลง
ต้องการปรับโครงสร้างสินทรัพย์และการลงทุน
ในขณะเดียวกัน หลายคนอาจมีคำถามว่า
โรงแรมควรขายอย่างไร?
โรงแรมของเรามีมูลค่าเท่าไร?
จะหาผู้ซื้อได้หรือไม่?
สามารถขายได้ในขณะที่ยังเปิดดำเนินการอยู่หรือไม่?
บทความนี้จะอธิบายประเด็นสำคัญที่เจ้าของธุรกิจโรงแรมควรรู้ก่อนขายโรงแรมในประเทศไทย
ราคาขายธุรกิจโรงแรมขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ มากกว่าธุรกิจร้านค้าทั่วไป ปัจจัยสำคัญได้แก่
ทำเลถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการกำหนดมูลค่าธุรกิจโรงแรมตัวอย่างเช่น
ใจกลางกรุงเทพฯ
ย่านสุขุมวิท
ย่านสีลม
พื้นที่ชายหาดพัทยา
แหล่งท่องเที่ยวในภูเก็ต
ย่านเมืองเก่าเชียงใหม่
ธุรกิจโรงแรมที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ยอดนิยมมักได้รับการประเมินมูลค่าสูงกว่า
โดยทั่วไป โรงแรมที่มีจำนวนห้องพักมากกว่าจะมีศักยภาพในการสร้างรายได้สูงกว่า
ผู้ซื้อจะพิจารณาว่าโรงแรมสามารถรักษาจำนวนผู้เข้าพักได้อย่างสม่ำเสมอตลอดทั้งปีหรือไม่
สภาพของห้องพัก ล็อบบี้ ร้านอาหาร สระว่ายน้ำ ลิฟต์ และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ ล้วนมีผลต่อมูลค่าของโรงแรม
ราคาขายจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับว่าเป็นการขายพร้อมที่ดินและอาคาร หรือเป็นเพียงการโอนกิจการเท่านั้น
ผู้ซื้อไม่ได้ซื้อเพียงแค่ตัวอาคารโรงแรม แต่กำลังพิจารณาว่า “โรงแรมแห่งนี้จะสามารถสร้างรายได้อย่างมั่นคงในอนาคตได้หรือไม่”
ข้อมูลที่ผู้ซื้อมักตรวจสอบ ได้แก่
แนวโน้มรายได้ย้อนหลังหลายปี
สถิติการเข้าพักย้อนหลัง
Average Daily Rate (ADR)
กำไรจากการดำเนินงานและกระแสเงินสด
เช่น
Booking.com
Agoda
Expedia
Google Reviews
Tripadvisor
จำนวนและคุณภาพของโรงแรมคู่แข่งในพื้นที่เดียวกัน
ทำเลถือเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการขายกิจการธุรกิจโรงแรม
แต่ไม่ใช่ปัจจัยเดียว ตัวอย่างสินทรัพย์ที่มีคุณค่า ได้แก่
อัตราการเข้าพักที่มั่นคง
รีวิวที่ดีจากลูกค้า
ลูกค้าประจำ
สัญญากับลูกค้าองค์กร
ความร่วมมือกับบริษัททัวร์และตัวแทนท่องเที่ยว
ผู้ซื้อให้ความสำคัญกับความสามารถในการรักษาผลประกอบการในปัจจุบันหลังการโอนกิจการ
ได้อย่างแน่นอน ในความเป็นจริง โรงแรมจำนวนมากดำเนินธุรกิจต่อไปพร้อมกับกระบวนการขาย การขายในขณะที่ยังเปิดดำเนินการอยู่มีข้อดี เช่น
สามารถแสดงข้อมูลรายได้จริง
สามารถแสดงอัตราการเข้าพักจริง
สามารถแสดงคะแนนรีวิวจากลูกค้า
ซึ่งช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้ซื้อได้เป็นอย่างดี
จัดเตรียมรายงานรายได้รายเดือนและรายปี
รวบรวมสถิติอัตราการเข้าพักของห้องพัก
ตัวอย่างเช่น
จำนวนห้องพัก
ประเภทห้อง
สิ่งอำนวยความสะดวกในห้อง
จัดเตรียมรูปถ่ายของ
ห้องพัก
ล็อบบี้
ร้านอาหาร
พื้นที่ส่วนกลาง
จัดเตรียมเอกสารสำคัญ เช่น ใบอนุญาตประกอบกิจการโรงแรม
ปัจจุบัน นักท่องเที่ยวจำนวนมากเลือกโรงแรมผ่านอินเทอร์เน็ต ดังนั้นคะแนนรีวิวจาก
Booking.com
Agoda
Google Reviews
Tripadvisor
จึงมีความสำคัญอย่างมาก ตัวอย่างเช่น
คะแนน Google 4.7
คะแนน Booking.com 8.8
สามารถสร้างความมั่นใจให้กับผู้ซื้อได้อย่างมาก โรงแรมที่มีรีวิวดีและสม่ำเสมอมักได้รับการประเมินมูลค่าสูงกว่า
โรงแรมเป็นธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยบุคลากร
ผู้ซื้อจึงให้ความสำคัญกับโครงสร้างการบริหาร เช่น
ผู้จัดการโรงแรม
พนักงานต้อนรับ
พนักงานแม่บ้าน
ทีมการตลาดและฝ่ายขาย
ผู้ซื้ออาจพิจารณาว่าสามารถดำเนินกิจการต่อด้วยทีมงานปัจจุบันได้หรือไม่
ปรับปรุงและซ่อมแซมอุปกรณ์ที่จำเป็น
ตอบกลับรีวิวและดูแลประสบการณ์ของลูกค้า
สร้างยอดจองอย่างสม่ำเสมอ
ทำให้รายได้และกำไรมีความชัดเจน
ราคาที่สูงเกินจริงอาจทำให้จำนวนผู้สนใจลดลง
การขายโรงแรมมี 2 รูปแบบหลัก
ผู้ซื้อได้รับทรัพย์สินทั้งหมด รวมถึงที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
ผู้ซื้อได้รับสิทธิในการดำเนินธุรกิจ อุปกรณ์ และทรัพย์สินทางธุรกิจ โดยไม่รวมกรรมสิทธิ์ในที่ดิน
รูปแบบที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของเจ้าของแต่ละราย
ในอดีต การขายโรงแรมมักอาศัยนายหน้าอสังหาริมทรัพย์หรือการแนะนำจากคนรู้จัก
ปัจจุบัน แพลตฟอร์มออนไลน์ช่วยให้เจ้าของสามารถเข้าถึงนักลงทุนและผู้ซื้อทั้งในและต่างประเทศได้ง่ายขึ้น
ยิ่งมีผู้พบเห็นประกาศมากเท่าไร โอกาสในการขายสำเร็จก็ยิ่งสูงขึ้น
Bizkaakai (บิสค้าขาย) เป็นแพลตฟอร์มซื้อขายธุรกิจในประเทศไทย นอกจากโรงแรมแล้ว ยังสามารถลงประกาศขายธุรกิจประเภทต่าง ๆ ได้ เช่น
เกสต์เฮาส์
รีสอร์ท
ร้านอาหาร
คาเฟ่
ร้านนวด
และธุรกิจอื่น ๆ อีกมากมาย
การลงประกาศบน Bizkaakai (บิสค้าขาย) ช่วยให้คุณเข้าถึงผู้ซื้อและนักลงทุนที่กำลังมองหาโอกาสทางธุรกิจในประเทศไทยได้โดยตรง
ก่อนเริ่มขายกิจการโรงแรม ควรตรวจสอบว่าได้เตรียมสิ่งต่อไปนี้แล้ว
✓ จัดเตรียมข้อมูลรายได้เรียบร้อยแล้ว
✓ จัดเตรียมข้อมูลอัตราการเข้าพักเรียบร้อยแล้ว
✓ รวบรวมข้อมูลห้องพักครบถ้วนแล้ว
✓ เตรียมรูปถ่ายเรียบร้อยแล้ว
✓ ตรวจสอบใบอนุญาตและเอกสารสำคัญแล้ว
✓ จัดระเบียบข้อมูลพนักงานและทีมบริหารแล้ว
✓ กำหนดราคาขายที่ต้องการแล้ว
ปัจจัยสำคัญในการขายกิจการโรงแรมให้ประสบความสำเร็จ ได้แก่
ทำเลที่ตั้ง
จำนวนห้องพัก
อัตราการเข้าพัก
คะแนนรีวิวออนไลน์
ผลการดำเนินงาน
การจัดเตรียมข้อมูลเหล่านี้อย่างชัดเจนและเป็นระบบ จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับผู้ซื้อและเพิ่มโอกาสในการขายได้สำเร็จ
ไม่ว่าโรงแรมของคุณจะยังเปิดดำเนินการอยู่หรือหยุดดำเนินการไปแล้ว ก็ยังมีโอกาสขายได้ หากสามารถนำเสนอจุดแข็งของธุรกิจได้อย่างเหมาะสม
เริ่มต้นด้วยการจัดระเบียบข้อมูลโรงแรมของคุณ และเปิดโอกาสให้ผู้ซื้อจำนวนมากได้ค้นพบธุรกิจของคุณ
ลงประกาศขายโรงแรมของคุณบน Bizkaakai (บิสค้าขาย) และค้นหาผู้ซื้อที่เหมาะสมได้แล้ววันนี้
[ลงประกาศโรงแรมของคุณบน Bizkaakai (บิสค้าขาย)]
จากข้อมูลของ Bizkaakai (บิสค้าขาย) ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา พบว่าหมวดธุรกิจโรงแรมและเกสต์เฮาส์เป็นหนึ่งในหมวดธุรกิจที่มีการประกาศขายอย่างต่อเนื่องบนแพลตฟอร์ม
ราคาเสนอขายเฉลี่ยของธุรกิจโรงแรมและเกสต์เฮาส์อยู่ที่ประมาณ 1.45 ล้านบาท และราคาเฉลี่ยของรายการที่ปิดการขาย (Sold Out) อยู่ที่ประมาณ 1.39 ล้านบาท
ในขณะเดียวกัน ธุรกิจในหมวดนี้มีความหลากหลายทั้งขนาดและรูปแบบ ตั้งแต่เกสต์เฮาส์ขนาดเล็กไปจนถึงโรงแรมขนาดกลาง
สำหรับการขายธุรกิจโรงแรม ปัจจัยที่ส่งผลต่อมูลค่าธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่
นอกจากนี้ โรงแรมจำนวนมากบน Bizkaakai (บิสค้าขาย) ยังคงเปิดดำเนินการอยู่ในระหว่างการประกาศขาย ทำให้เจ้าของธุรกิจสามารถแสดงข้อมูลรายได้จริงและอัตราการเข้าพักให้ผู้ซื้อพิจารณาได้ ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบสำคัญในการขายธุรกิจ
ข้อมูลของ Bizkaakai (บิสค้าขาย) ยังแสดงให้เห็นว่า ผู้ซื้อไม่ได้พิจารณาเพียงตัวอาคารหรืออุปกรณ์เท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับ
ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความน่าสนใจและมูลค่าของธุรกิจโรงแรม
หมายเหตุ
Bizkaakai (บิสค้าขาย) ดำเนินงานในฐานะแพลตฟอร์มซื้อขายธุรกิจที่มุ่งเน้นธุรกิจขนาดเล็กมาโดยตลอด ดังนั้น จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ ระบบจึงกำหนดเพดานราคาขายสูงสุดของประกาศไว้ที่ 3 ล้านบาท
ด้วยเหตุนี้ ข้อมูลที่รวบรวมในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา จึงประกอบด้วยโรงแรมขนาดเล็กและเกสต์เฮาส์เป็นส่วนใหญ่
ปัจจุบัน Bizkaakai (บิสค้าขาย) ได้ขยายบริการและเพิ่มเพดานราคาประกาศขายเป็น 30 ล้านบาท ทำให้สามารถรองรับธุรกิจโรงแรมและที่พักในหลากหลายขนาดได้มากขึ้น
ในอนาคต เมื่อมีการลงประกาศโรงแรมขนาดกลางและรีสอร์ตเพิ่มมากขึ้น คาดว่าข้อมูลตลาดธุรกิจโรงแรมบน Bizkaakai (บิสค้าขาย) จะมีความครอบคลุมและสะท้อนภาพตลาดได้ดียิ่งขึ้น
แหล่งข้อมูล: Bizkaakai internal listing data (June 2023 – June 2026)
Line: @bizkaakai
Email: support@bizkaakai.com