ดีไซน์ที่ยังไม่ได้ตั้งชื่อ - 2

รายการตรวจสอบในการเซ้งร้าน ขายกิจการ สำหรับเจ้าของธุรกิจ

คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับผู้ที่ขายธุรกิจเป็นครั้งแรก

เมื่อเริ่มคิดจะเซ้งร้าน ขายกิจการ เจ้าของกิจการหลาย ๆ คนมักจะสงสัยว่า “ควรเริ่มต้นจากอะไรดี?” ซึ่งในความเป็นจริงผู้ประกอบการหลาย ๆ คนมักจะเพิ่งเคยขายกิจการเป็นครั้งแรก ไม่ว่าจะเป็นเซ้งคาเฟ่ ร้านอาหาร ร้านเสริมสวย ร้านนวด ร้านซักรีด โรงแรม โรงงาน บริษัทโลจิสติกส์ หรือธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นประเภทกิจการใดก็ตาม สิ่งแรกที่ต้องทำคือการเตรียมตัวล่วงหน้า ซึ่งมีผลต่อการเซ้งร้าน เซ้งกิจการให้สำเร็จเป็นอย่างมาก กิจการที่มีการเตรียมตัวมาอย่างดี มักได้รับความไว้วางใจจากผู้ซื้อกิจการและมีโอกาสขายได้อย่างราบรื่นมากกว่า

โดยบทความนี้ได้รวบรวมรายการตรวจสอบสำคัญที่เจ้าของธุรกิจในประเทศไทยควรตรวจสอบก่อนเซ้งต่อหรือขายต่อ

1. เรียบเรียงเหตุผลในการเซ้งร้าน ขายกิจการ

ก่อนอื่นควรทบทวนเหตุผลของตัวเองให้ชัดเจน เช่น เกษียณอายุ ไม่มีผู้สืบทอดกิจการ ต้องการลงทุนในธุรกิจใหม่ ต้องการเงินทุน ย้ายไปอยู่ต่างประเทศ หรือปัญหาด้านสุขภาพ ซึ่งผู้ซื้อกิจการอาจจะสอบถามเหตุผลในการขาย

ดังนั้นจึงควรเตรียมคำอธิบายที่ชัดเจนไว้ล่วงหน้า

2. กำหนดราคาขายที่ต้องการ

ต่อมาให้พิจารณาว่า “ต้องการขายกิจการในราคาเท่าไร?” ซึ่งอย่างไรก็ตามราคาที่ต้องการอาจแตกต่างจากราคาตลาด สิ่งสำคัญคือการพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ ร่วมด้วย เช่น ยอดขาย กำไร อุปกรณ์ ฐานลูกค้า และทำเลที่ตั้ง

3. จัดเตรียมข้อมูลยอดขาย

ข้อมูลยอดขายเป็นหนึ่งในสิ่งที่ผู้ซื้อกิจการให้ความสำคัญมากที่สุด อย่างน้อยควรเตรียมข้อมูลดังต่อไปนี้

 ✓  ยอดขายรายเดือน
 ✓  ยอดขายรายปี
 ✓  แนวโน้มยอดขายย้อนหลัง 6–12 เดือน หรือมากกว่า

กิจการใดที่มีข้อมูลยอดขายชัดเจนและเป็นระบบ จะสร้างความน่าเชื่อถือให้กับผู้ซื้อได้เป็นอย่างมาก

4. จัดเตรียมข้อมูลกำไรและค่าใช้จ่าย

ข้อมูลยอดขายเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอสำหรับผู้ซื้อ ฉะนั้น สิ่งที่ผู้ซื้อต้องการทราบอีกคือ “กิจการได้กำไรจริงเท่าไร?” ซึ่งข้อมูลที่ต้องจัดเตรียมประกอบมีดังต่อไปนี้

 ✓  ค่าเช่า
 ✓  ค่าแรงพนักงาน
 ✓  ค่าสาธารณูปโภค
 ✓  ค่าวัตถุดิบ
 ✓  ค่าโฆษณา
 ✓  ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ

5. จัดเตรียมรายการอุปกรณ์

อุปกรณ์ถือเป็นทรัพย์สินสำคัญของกิจการ เช่น อุปกรณ์ครัว เครื่องมือเสริมความงาม อุปกรณ์ทางการแพทย์ เครื่องซักผ้า เครื่องจักรการผลิต และยานพาหนะ โดยการจัดทำรายการอุปกรณ์จะช่วยให้ผู้ซื้อกิจการตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

6. จัดเตรียมข้อมูลลูกค้า

ลูกค้าเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงสำหรับทุกกิจการ ดังนั้นควรจัดเตรียมข้อมูลอย่างเช่น

 ✓  จำนวนสมาชิก
 ✓  จำนวนผู้ติดตามใน LINE
 ✓  จำนวนผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดีย
 ✓  จำนวนลูกค้าองค์กร
 ✓  จำนวนลูกค้าประจำ

ผู้ซื้อกิจการให้ความสำคัญกับความสามารถในการส่งต่อฐานลูกค้าเดิมเป็นอย่างมาก

7. ตรวจสอบโครงสร้างพนักงาน

สำหรับบางธุรกิจ พนักงานถือเป็นทรัพย์สินสำคัญ จึงควรจัดเตรียมข้อมูลดังต่อไปนี้

 ✓  จำนวนพนักงาน
 ✓  อายุงาน
 ✓  ตำแหน่งงาน
 ✓  ผู้ถือใบอนุญาตหรือใบรับรองวิชาชีพ

8. ตรวจสอบสัญญาต่าง ๆ

ก่อนขายกิจการควรตรวจสอบรายละเอียดของสัญญาที่เกี่ยวข้อง เช่น

 ✓  สัญญาเช่า
 ✓  สัญญาแฟรนไชส์
 ✓  สัญญากับลูกค้าองค์กร
 ✓  สัญญากับซัพพลายเออร์

รวมถึงตรวจสอบว่าสามารถโอนสิทธิ์ให้ผู้ซื้อได้หรือไม่

9. ตรวจสอบใบอนุญาตและเอกสารอนุมัติ

บางประเภทธุรกิจจำเป็นต้องมีใบอนุญาตเฉพาะ เช่น โรงแรม คลินิก โรงงาน และร้านอาหาร ผู้ขายควรตรวจสอบวันหมดอายุและสถานะการต่ออายุให้เรียบร้อย

10. เตรียมรูปภาพ

รูปภาพมีผลอย่างมากต่อจำนวนผู้ที่สนใจติดต่อเข้ามา โดยควรเตรียมรูปภาพดังต่อไปนี้

 ✓  รูปภายนอกอาคาร
 ✓  รูปภายในร้านหรือสำนักงาน
 ✓  รูปอุปกรณ์
 ✓  รูปสินค้า
 ✓  รูปคลังสินค้า
 ✓  รูปสำนักงาน

ซึ่งความประทับใจแรกเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยดึงดูดผู้ซื้อให้ติดต่อเข้ามา

11. ตรวจสอบโซเชียลมีเดียและรีวิวออนไลน์

ปัจจุบันผู้ซื้อจำนวนมากให้ความสำคัญกับชื่อเสียงออนไลน์ของกิจการ เช่น

 ✓  Google Reviews
 ✓  Facebook Reviews
 ✓  Instagram
 ✓  TikTok
 ✓  คะแนนรีวิวบน Shopee
 ✓  คะแนนรีวิวบน Lazada

รีวิวที่ดีช่วยเพิ่มมูลค่าให้ธุรกิจได้

12. วางแผนสิ่งที่ต้องการหลังการขาย

ควรพิจารณาความต้องการของเจ้าของกิจการเองหลังจากเซ้งร้าน เซ้งกิจการไปแล้ว เช่น

  • ต้องการเกษียณทันที
  • ยินดีช่วยส่งมอบงานต่ออีกหลายเดือน
  • ต้องการรักษาพนักงานเดิมไว้
  • ต้องการรักษาแบรนด์เดิมไว้

การคิดวางแผนไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้การเจรจาเป็นไปอย่างราบรื่น

13. พิจารณาว่าจะประกาศเซ้ง/ขายในขณะที่ยังเปิดดำเนินกิจการอยู่หรือไม่

โดยปกติแล้วกิจการที่ยังเปิดดำเนินการอยู่มักขายได้ในราคาที่สูงกว่า ดังนั้นผู้ขายควรตรวจสอบว่า

 ✓  สามารถดำเนินธุรกิจต่อระหว่างการขายได้หรือไม่
 ✓  ขาดทุนรายเดือนไม่มากเกินไปหรือไม่

14. เตรียมข้อมูลที่ผู้ซื้อต้องการทราบ

ข้อมูลที่ผู้ซื้อส่วนใหญ่อยากทราบมักคล้ายกัน คือ

 ✓  ยอดขาย
 ✓  กำไร
 ✓  ลูกค้า
 ✓  พนักงาน
 ✓  อุปกรณ์
 ✓  สัญญา
 ✓  ศักยภาพในการเติบโต

ดังนั้น ผู้ขายควรเตรียมข้อมูลเหล่านี้ให้พร้อมสำหรับการนำเสนอ

15. ตรวจสอบรายการสุดท้ายก่อนลงประกาศบน Bizkaakai (บิสค้าขาย)

ก่อนลงประกาศเซ้งร้าน เซ้งกิจการ ควรตรวจสอบว่าได้ดำเนินการดังต่อไปนี้แล้วหรือยัง คือ

 ✓  จัดระเบียบเหตุผลในการขายแล้ว
 ✓  กำหนดราคาที่ต้องการแล้ว
 ✓  จัดเตรียมข้อมูลยอดขายแล้ว
 ✓  จัดเตรียมข้อมูลกำไรแล้ว
 ✓  จัดเตรียมข้อมูลลูกค้าแล้ว
 ✓  จัดทำรายการอุปกรณ์แล้ว
 ✓  ตรวจสอบสัญญาต่าง ๆ แล้ว
 ✓  ตรวจสอบใบอนุญาตและใบอนุมัติแล้ว
 ✓  เตรียมรูปภาพแล้ว
 ✓  จัดระเบียบข้อมูลพนักงานแล้ว
 ✓  ตรวจสอบรีวิวออนไลน์แล้ว

สรุป

การเซ้งร้าน ขายกิจการไม่ใช่แค่เพียงลงประกาศขายแล้วนั่งรอผู้ซื้อเท่านั้น แต่ถ้ายิ่งเตรียมตัวไว้ดีเท่าไร ก็ยิ่งมีโอกาสที่จะได้รับการติดต่อสอบถามจากผู้ซื้อกิจการที่สนใจมากขึ้น ทั้งยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ซื้อ เพิ่มโอกาสในการขายได้ในราคาที่สูงขึ้น

เริ่มต้นด้วยการตรวจสอบรายการข้างต้น เพื่อตรวจสอบและเรียบเรียงข้อมูลกิจการของคุณ การเตรียมตัวที่ดีคือก้าวแรกสู่ความสำเร็จในการเซ้งร้าน ขายกิจการ


กำลังจะเซ้งร้าน ขายกิจการของคุณอยู่หรือไม่?

Bizkaakai (บิสค้าขาย) เปิดให้ลงประกาศเซ้งร้าน ขายกิจการได้หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านเสริมสวย ร้านนวด โรงแรม โรงงาน บริษัทโลจิสติกส์ ธุรกิจ E-Commerce และอื่น ๆ อีกมากมาย

ทำไมยังไม่ลองนำกิจการของคุณมาลงประกาศบน Bizkaakai (บิสค้าขาย) เพื่อค้นหาผู้ซื้อที่กำลังมองหาโอกาสทางธุรกิจอยู่?

[ลงประกาศเซ้งร้าน ขายกิจการบน Bizkaakai (บิสค้าขาย)]



Line: 
@bizkaakai
Email: support@bizkaakai.com

Welcome Back!

Login to your account below

Retrieve your password

Please enter your username or email address to reset your password.

Add New Playlist