เจ้าของธุรกิจหลายคนที่กำลังพิจารณาเซ้งร้าน ขายกิจการมักมีคำถามว่า “กิจการของเราจะขายได้หรือไม่?”
ในความเป็นจริงแล้วทุกประเภทกิจการมีโอกาสที่จะขายได้ แต่ในความเป็นจริงก็มีทั้ง กิจการที่หาผู้ซื้อได้ง่าย และ กิจการที่หาผู้ซื้อได้ยาก ซึ่งความแตกต่างนี้ไม่ได้หมายความว่าธุรกิจนั้นดีหรือไม่ดี แต่ขึ้นอยู่กับว่าธุรกิจนั้นมีความน่าสนใจสำหรับผู้ซื้อและสามารถส่งต่อได้ง่ายขนาดไหน
บทความนี้จะอธิบายลักษณะของกิจการที่ขายได้ง่ายและกิจการที่ขายได้ยาก สำหรับเจ้าของธุรกิจในประเทศไทยที่กำลังพิจารณาเซ้งร้าน ขายกิจการ
การที่กิจการจะขายได้ง่ายหรือไม่นั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับประเภทกิจการเพียงอย่างเดียว เช่น แม้จะเป็นคาเฟ่เหมือนกัน บางร้านสามารถขายได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ แต่บางร้านประกาศขายมาหลายเดือนแล้วก็ยังไม่มีผู้สนใจ เพราะสิ่งสำคัญ คือผู้ซื้อสามารถคาดการณ์ได้ว่า “หลังจากรับช่วงต่อแล้ว จะสามารถสร้างกำไรจากกิจการนี้ได้หรือไม่”
แน่นอนว่ารายละเอียดของแต่ละกิจการมีความแตกต่างกัน แต่โดยทั่วไปกิจการที่มักมีผู้ซื้อจำนวนมาก ได้แก่
ต่อไปคือกรณีที่ผู้ซื้อมักพิจารณาอย่างระมัดระวังก่อนตัดสินใจซื้อกิจการ
จุดนี้สำคัญมาก เช่น ร้านที่ขาดทุน ร้านที่ปิดดำเนินการชั่วคราว หรือกิจการในต่างจังหวัด กิจการเหล่านี้ก็ยังสามารถขายได้ เพราะผู้ซื้อกิจการแต่ละคนมีเป้าหมายต่างกัน เช่น ต้องการทำเล ต้องการอุปกรณ์ ต้องการแบรนด์ หรือต้องการฐานลูกค้า
ดังนั้น ไม่ควรสรุปว่ากิจการของคุณ “ขายไม่ได้”
แม้จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงที่ตัวกิจการทั้งหมดได้ แต่สามารถปรับปรุงวิธีนำเสนอได้ ดังนี้
สิ่งที่ผู้ซื้อกิจการต้องการจริง ๆ ไม่ใช่อุปกรณ์หรือการตกแต่งร้าน แต่คือ “ต้องการกิจการที่สามารถรับช่วงต่อได้อย่างมั่นใจ”
ดังนั้น กิจการที่มีข้อมูลทางการเงินที่เป็นระบบ ฐานลูกค้า พนักงาน และสัญญาที่ชัดเจน มักจะสามารถขายกิจการได้ง่ายกว่า
ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจประเภทใด กิจการที่เซ้งต่อ/ขายต่อได้ง่ายมักมีลักษณะที่คล้ายกัน ดังนี้
หากกิจการมีองค์ประกอบเหล่านี้ ก็จะมีโอกาสมากขึ้นในการที่จะมีผู้ซื้อกิจการ
ความแตกต่างระหว่างกิจการที่ขายได้ง่ายและกิจการที่ขายได้ยาก ไม่ได้ขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ว่าผู้ซื้อสามารถมองเห็นโอกาสในอนาคตหลังจากเข้ามารับช่วงต่อได้หรือไม่ โดยกิจการที่มีกำไร มีลูกค้า และมีระบบการดำเนินงานที่ดี มักเซ้งต่อ/ขายต่อได้ง่ายกว่า
แต่ในทางกลับกัน หากข้อมูลไม่ครบถ้วนหรือพึ่งพาเจ้าของมากเกินไป ผู้ซื้อกิจการจะพิจารณาอย่างระมัดระวังมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ทุกกิจการล้วนมีคุณค่า ดังนั้น จุดเริ่มต้นของการเซ้งร้าน ขายกิจการให้สำเร็จได้ คือการวิเคราะห์จุดแข็งของกิจการตนเองและนำเสนอให้ผู้ซื้อเข้าใจได้อย่างชัดเจน
Bizkaakai (บิสค้าขาย) เปิดให้ลงประกาศเซ้งร้าน ขายกิจการได้หลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านเสริมสวย ร้านนวด โรงแรม โรงงาน บริษัทโลจิสติกส์ ธุรกิจ E-Commerce และอื่น ๆ อีกมากมาย
ทำไมยังไม่ลองนำกิจการของคุณมาลงประกาศบน Bizkaakai (บิสค้าขาย) เพื่อค้นหาผู้ซื้อที่เหมาะสมล่ะ?
[ลงประกาศขายกิจการบน Bizkaakai (บิสค้าขาย)]
จากข้อมูลของ Bizkaakai (บิสค้าขาย) ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีการลงประกาศขายธุรกิจมากกว่า 9,900 รายการ และมีธุรกิจมากกว่า 2,700 รายการที่ปิดการขายสำเร็จ (Sold Out) หมวดหมู่ธุรกิจที่มีจำนวนประกาศมากที่สุดคือ ร้านอาหาร คาเฟ่ และบาร์ รองลงมาคือธุรกิจบริการ เช่น ร้านเสริมสวย ร้านนวด และร้านทำเล็บ ขณะเดียวกัน ธุรกิจโรงแรม คลินิก โลจิสติกส์ โรงงาน และธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ก็มีการลงประกาศอย่างต่อเนื่องเช่นกัน แสดงให้เห็นว่าการซื้อขายกิจการเกิดขึ้นในหลากหลายอุตสาหกรรม
นอกจากนี้ ประมาณ 87% ของกิจการที่ลงประกาศบน Bizkaakai (บิสค้าขาย) ยังคงเปิดดำเนินการอยู่ (Running Business) ในขณะที่เริ่มประกาศเซ้งร้าน ขายกิจการ ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า ไม่ใช่เฉพาะกิจการในอุตสาหกรรมยอดนิยมเท่านั้นที่สามารถขายได้
ผู้ซื้อกิจการมักพิจารณาปัจจัยต่าง ๆ เช่น
ดังนั้น แม้จะเป็นธุรกิจประเภทเดียวกัน แต่บางกิจการอาจหาผู้ซื้อได้อย่างรวดเร็ว ในขณะที่บางกิจการอาจใช้เวลานานกว่า
ข้อมูลจาก Bizkaakai (บิสค้าขาย) แสดงให้เห็นว่า ความสำเร็จในการเซ้งร้าน ขายกิจการไม่ได้ขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับคุณภาพของกิจการ ระบบการดำเนินงาน และความพร้อมของข้อมูลที่ผู้ขายเตรียมไว้ให้กับผู้ซื้ออีกด้วย
แหล่งข้อมูล: Bizkaakai internal listing data (June 2023 – June 2026)
Line: @bizkaakai
Email: support@bizkaakai.com